Creative Exposure ในฉบับที่ผ่านๆ มาเราได้เคย
นำเสนอในเรื่องของการถ่ายภาพหยดน้ำด้วยความเร็วของ
สปีดชัตเตอร์สูงๆ มาแล้ว ซึ่งก็เป็นวิธีการถ่ายภาพที่ค่อน
ข้างจะได้รับความนิยมกันทั่วไป

         มาในฉบับนี้เรานำมันกลับมาอีกครั้งแต่มีสิ่งที่แตก
ต่างออกไป นั่นก็คือตัวแบบที่เป็นของเหลวยังคงรับหน้าที่
เป็นพระเอกเหมือนเดิม แต่เวทีที่ใช้แสดงจะไม่เหมือนเดิม
ซึ่งความแตกต่างของเวทีที่ใช้แสดงนี่เองจะทำให้ภาพของ
เราดูต่างออกไปจากหยดน้ำที่ใครๆ ก็ถ่ายกัน

         ...พร้อมแล้วไปดูกันเลย!
         แน่นอนว่าพระเอกในด้านอาวุธและเครื่องไม้เครื่อง
มือในงานนี้ย่อมจะต้องเป็นเลนส์มาโครอย่างไม่ต้องสงสัย
ซึ่งเลนส์ชนิดนี้ก็จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ใกล้เ ป็น
พิเศษ เปิดเผยหลายๆ สิ่งให้เห็นได้อย่าง
น่าอัศจรรย์ และตัวแบบของเราในที่นี้ซึ่ง
ก็คือ ลีลาของหยดของเหลวก็ไม่สามารถ
รอดพ้นความคมระดับเทพของมันไปได้
แต่ก็อย่าลืมผู้ช่วยพระเอกคนสำคัญอย่าง
แฟลชแยกที่มีกำลังสูงด้วยล่ะ...
         คุณจะสามารถพลิกแพลงเรื่องทิศทางของแสงได้อีก
ไม่รู้จบหากคุณมีอุปกรณ์อย่างสายแยกแฟลชที่ทำให้คุณ
แยกแฟลชออกจากกล้องได้ แต่ขอบอกว่าถ้าคุณ
มีตัวจี๊ดอย่าง ST-E2 ที่สั่งการแฟลช Canon ได้
โดยไม่ต้องใช้สายสัญญาณแล้วล่ะก็ คุณจะยิ่ง
พลิกแพลงและประยุกต์แสงแฟลชของคุณได้
อีกพะเรอเกวียนเลยทีเดียว!

         นอกจากนี้ก็มีสิ่งที่คุณควรใช้งานก็คือ
ขาตั้งกล้องที่มั่นคงไม่สั่นไหวโยกคลอนและสาย
ลั่นชัตเตอร์อีกสักเส้นหนึ่ง...ฉลุย
         หุ้มแฟลชด้วยกระดาษฟลอยด์แบบ
ในภาพจะทำให้ลำแสงของแฟลชถูกบีบ
เล็กลง ช่วยให้แสงไม่กระจัดกระจายไป
รบกวนภาพ อย่าลืมปรับโหมดไปเป็นแบบ
High Speed Sync ด้วยล่ะ!
         หยดของเหลวลงบนพื้นสักหนึ่งหยด
ในตำแหน่งจริงของมัน เปลี่ยนระบบโฟกัส
ไปที่ Manual แล้วปรับระยะโฟกัสให้เข้า
ที่ของมัน

         ปรับสปีดชัตเตอร์ไปที่ 1/4000 และ
ปรับรูรับแสงไปที่ f/20 แล้วลองถ่ายภาพ
ออกมาดูก่อนว่าโฟกัสถูกต้องหรือไม่?
ช่วงความชัดครอบคลุมพอหรือไม่? ทิศ
ทางของแสงแฟลชเป็นอย่างไร? แล้วปรับ
ทุกอย่างให้เข้าที่อีกครั้ง
จากนั้นก็เริ่มปล่อยให้ของเหลวหยด
ลงมา...จับจังหวะลั่นชัตเตอร์แม่นๆ
         เวทีแสดงของเราถูกเซ็ทขึ้นง่ายๆ
ด้วยตั้งหนังสือที่วางสูงขึ้นไป พาดแผ่น
พลาสติกไว้ข้างบนแล้วเจาะรูตรงกลางให้
เว้นช่องเพื่อปล่อยหยดของเหลวลงมา
มันจะช่วยได้มากหากคุณมีหลอดหยอด
ตา (หาซื้อตามร้านขายยา)
         อย่าลืมผู้ช่วยสร้างสีสันให้กับภาพ
ของคุณ มันอาจจะไม่เป็นสีน้ำก็ได้ อาจจะ
เป็นอะไรสักอย่างที่มักจะเปื้อนเสื้อผ้าของ
คุณอยู่เสมอก็ได้

         และเป็นการดีมากที่จะหากระดาษ
ทิชชู่เอาไว้ใกล้ๆ เพราะคุณต้องเช็ดมันอยู่
เสมอๆ เลย
         จัดหาของเหลวที่คุณจะใช้ใส่แก้ว
มาวางเอาไว้ใกล้ๆ
         คำแนะนำของเราต่อการถ่ายภาพในครั้งนี้ก็คือ คุณ
ควรจะอยู่ในที่ค่อนข้างสงบเงียบ เพราะคุณต้องการสมาธิ
สูงพอสมควรในการจับจังหวะลั่นชัตเตอร์ที่พอดี การมีสิ่ง
อื่นมารบกวนสมาธิของคุณจะทำให้คุณลั่นชัตเตอร์ไม่ได้
จังหวะ และอาจจะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด และมันก็จะทำ
ให้จังหวะการลั่นชัตเตอร์ของคุณเลวร้ายลงยิ่งขึ้น
ที่คุณควรสังเกตก็คือ หากคุณสามารถจับจังหวะการ
หยดกระทบพื้นของมันได้แล้ว คุณจะสามารถถ่าย
ภาพในจังหวะเดิมๆ ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงควรสังเกต
และจับจังหวะของมันให้ได้ และที่สำคัญ
คืออย่าลนลาน สมาธิคือสิ่งที่จำเป็น
ในการจับจังหวะการลั่นชัตเตอร์นั้น ขอให้คุณดูที่
ต้นทางที่มันหยดลงมา เพราะหากคุณจับตามองที่
ปลายทาง (ที่พื้น) คุณจะลั่นชัตเตอร์ไม่ทัน
เพราะการหน่วงเวลาจากสมองไปหานิ้วและ
จากปุ่มชัตเตอร์ไปยังระบบม่านชัตเตอร์
ของกล้องแม้มันจะเร็วมากแต่ก็ยังไม่ทันเวลาเสี้ยววินาทีที่
เกิดขึ้น การมองต้นทางจะช่วยเผื่อเวลาในเรื่องนี้ได้
ภาพที่เรานำมาให้คุณดูนี้ เกิดจากการลั่นชัตเตอร์
นับร้อยครั้ง ดังนั้นอย่าเพิ่งท้อง่ายๆ ล่ะ!
         แน่นอนว่าสีสันที่ผิดเพี้ยนย่อมจะต้องเกิด
ขึ้นเสมอ เราสามารถใช้เครื่องมือ Color Balance
(Image>Adjustments>Color Balance...) โดย
การเลื่อนไปด้านตรงข้ามสีที่เรากำจัดออก ซึ่งยัง
เลือกปรับส่วนมืดหรือสว่างได้ด้วย
         ภาพแนวนี้เรามักจะพบว่ามันมีระดับของแสง
ไฮไลท์ค่อนข้างต่ำอยู่เป็นประจำ การปรับแต่งจะทำ
ให้มันดูดีขึ้นได้

         ใช้เครื่องมือ Level (Image>Adjustments>
Levels...) แล้วดึงขาปรับตั้งของไฮไลท์ที่เป็นสาม
เหลี่ยมสีขาวไปทางซ้าย จนกระทั่งภาพของคุณดู
สดใสมากขึ้นกว่่าที่เป็นอยู่

         บางทีคุณอาจต้องขยับอันกลาง (สีเทา) ไป-
มาเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงด้วย
         สีสันที่คุณได้เซ็ทมาตั้งแต่ตอนถ่ายภาพก็
ยังเปลี่ยนได้เช่นกัน โดยใช้ Hue/Saturations
(Image>Adjustments>Hue/Saturation...) แล้ว
ลองลากขาปรับที่แถบ Hue ไปทางซ้ายและขวา
ที่เหลือคุณก็แค่ดูว่าสีที่เปลี่ยนไปแบบไหนคือสิ่ง
ที่คุณต้องการกันแน่

เริ่มนับและสำรวจตั้งแต่วันที่ 27/11/2008 สถิติทั่วไป (สมาชิกเท่านั้น) มาเยี่ยมเว็บล่าสุด : วันนี้ เวลา 13.44น.
หน้านี้ถูกเปิดมาแล้ว ครั้ง