 |
 |
 |
ข้อดีที่โดดเด่นประการหนึ่งของกล้องถ่ายภาพชนิด
DSLR ก็คือเรื่องของสปีดชัตเตอร์ที่รวดเร็วว่องไว สามารถ
จับความเคลื่อนไหวให้หยุดนิ่งสนิทได้ ซึ่งก็ได้มีการนำเอา
คุณสมบัติที่ว่านี้มาใช้ในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายกันหลาก
หลาย หนึ่งในนั้นก็คือการถ่ายภาพหยดน้ำที่ตกกระทบกัน
นั่นก็เป็นเพราะมันเป็นสิ่งที่หาได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก นอกจาก
นั้นยังประหยัดสุดๆ ด้วย เพราะตัวแบบของเรานั้นแทบไม่
มีค่าตัวให้ลำบากใจ แต่ผลที่ได้ถือว่าคุ้มสุดๆ
เราจะมาลองดูวิธีการถ่ายภาพแบบนี้ ว่าเขาทำกัน
ยังไง? แล้วจะประยุกต์อะไรได้บ้าง เชื่อเถอะว่าคุณจะได้
สนุกสุดๆ กับการจับจังหวะลั่นชัตเตอร์ และเกิดไอเดียเพิ่ม
ขึ้นอีกสารพัน นอกจากนั้นคุณยังได้ทักษะเพิ่มอีกด้วย...
...ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลย... |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
หลักการของการถ่ายภาพแนวนี้ ก็คือเราต้องใช้
สปีดชัตเตอร์สูงๆ เพื่อหยุดการเคลื่อนไหว ในขณะเดียว
กัน ก็ต้องให้แสงมีปริมาณมากพอสำหรับการบันทึก
ภาพ ที่เหลือก็คือจังหวะในการกดชัตเตอร์ของคุณ ซึ่ง
ภาพที่ได้ออกมาจะไม่ซ้ำกันเลย เพราะตัวแบบชนิดนี้
ของเราจะเปลี่ยนรูปร่างไปทุกๆ เสี้ยววินาที!
นอกจากกล้องและอุปกรณ์แล้ว คุณต้องจัดการ
ตัวแสดง โดยการจัดตำแหน่งที่เหมาะสม, กำหนดช่วง
ความถี่ของหยดน้ำ และหาฐานรองรับให้มัน ซึ่งผลก็
จะออกมาแตกต่างกันได้อีก
แต่สำคัญที่สุดก็คือ คุณต้องมีสมาธิดี เพราะต้อง
กดชัตเตอร์ในเสี้ยววินาทีสำคัญ และว่ากันว่า คนที่มี
สมาธิไม่ดี จะไม่สามารถถ่ายภาพแบบนี้ได้เลย นอก
จากจะอาศัยลูกฟลุ๊คเท่านั้น!
แต่ในทางกลับกัน การถ่ายภาพแบบนี้ ก็เป็นการ
ช่วยฝึกและพัฒนาสมาธิให้เจริญขึ้นได้ด้วย... |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
ถึงแม้ว่าเราไม่ควรปล่อยให้อุปกรณ์มาปิดกั้น
จินตนาการ แต่สิ่งเหล่านี้จะทำให้ภาพหยดน้ำของ
คุณออกมาดียิ่งกว่าเดิม
• เลนส์ ที่ดีที่สุดคือเลนส์ Macro เพราะเลนส์
ชนิดนี้จะช่วยให้คุณถ่ายภาพสิ่งของเล็กๆ ได้ชัดเจน
และมีขนาดใหญ่ขึ้น อีกทั้งโดยปกติของเลนส์ประเภท
นี้จะมีความคมชัดสูงเป็นพิเศษ และในการนำเสนอ
ของเราในคอลัมน์นี้ก็ได้ใช้ EF 100mm Macro ซึ่ง
เป็นที่รู้กันดีว่าความคมชัดและคุณภาพของแสงที่ได้
จากมันนั้นสุดยอดขนาดไหน... |
 |
 |
 |
• แฟลช อุปกรณ์อีกอย่างที่จะช่วยให้คุณ
ดัดแปลงผลลัพธ์ของภาพออกมาได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ซึ่งมันเป็นการยากที่คุณจะถ่ายภาพนี้ในบ้านโดยใช้
สปีดชัตเตอร์สูงๆ แบบไม่มีแฟลช และเราจะแสดง
ให้คุณดูว่า จะสามารถจัดการกับมันแบบง่ายๆ
อย่างไรกันดี?
และจะดีมากเลยเชียว ถ้าคุณสามารถแยก
แฟลชออกจากตัวกล้องได้ด้วย นั่นหมายความว่า
คุณจะสามารถควบคุมทิศทางแสงได้อีก
• ขาตั้งกล้อง เป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุด ถึงแม้ว่าจะ
พอถ่ายภาพได้โดยใช้มือเปล่า แต่ขาตั้งกล้องจะช่วย
ให้คุณมีสมาธิกับจังหวะมากกว่า
• สายลั่นชัตเตอร์ จำเป็นในอันดับรองลงมา
ซึ่งก็จะช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลอะไรนอกจากจังหวะ
การลั่นชัตเตอร์ |
 |
 |
 |
 |
| |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
ในที่นี้ก็คือหยดน้ำนั่นเอง เราสามารถ
จัดเตรียมมันได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นก๊อก
น้ำ, ใส่ถุงพลาสติกแล้วเจาะแขวน หรือแบบ
เก๋ๆ และง่ายๆ ก็คือแขวนก้อนน้ำแข็งเอาไว้
ให้มันละลายหยดลงมา ฯลฯ
ส่วนรองรับก็สำคัญไม่น้อย เพราะมัน
ต้องเป็นน้ำด้วยเช่นกัน จึงจะแสดงลีลาการ
แตกตัวได้เต็มที่ ซึ่งถ้าเป็นอ่างล้างมือหรือ
อ่างล้างจานก็คงไม่ยาก แค่ปิดช่องระบาย
น้ำแค่นั้น แต่ถ้าเป็นอย่างอื่นก็คงต้องจัดหา
ภาชนะมาใส่น้ำเอาไว้ก็ใช้ได้แล้ว
เคล็ดลับอีกอย่างก็คือ ยิ่งมีระยะทิ้ง
ตัวสูง หยดน้ำก็ยิ่งกระจายแรงกว่าด้วย... |
 |
แน่นอนว่าในที่นี้เรากำลังพูดถึงแฟลช
แยก เพราะที่สปีดชัตเตอร์สูงๆ และรูรับแสง
แคบๆ มันเป็นการยากที่หยดน้ำของเราจะ
มีปริมาณแสงที่มากพอ แฟลชคือสิ่งที่ดีที่สุด
การใช้แฟลชแบบปกติ จะทำให้มีพื้น
ที่แสงมากเกินไป (เพราะตัวแบบของเรามี
ขนาดเล็ก) การให้แสงได้เฉพาะบริเวณหยดน้ำ
จะทำให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น
เราจะประยุกต์อุปกรณ์บังคับขนาด
ของแสงที่เรียกว่า Snoot โดยการนำแผ่น
ฟลอยด์มาทำเป็นกรวยห่อหน้าแฟลช เพื่อ
บีบให้ลำแสงมีขนาดเล็กลง แล้วจ่อมันไปที่
จุดตกกระทบเลย |
 |
กางขาตั้งกล้องออก จากนั้นก็เซ็ทให้
ได้ระยะ ดูองค์ประกอบภาพในช่องมองภาพ
ขั้นตอนนี้คุณต้องปล่อยให้ตัวแบบหยดลง
มาที่จุด เพื่อที่คุณจะได้ดูความเหมาะสม
ของภาพ, ประมาณการกระจายตัวของหยด
น้ำและระยะของมัน
ปรับระบบโฟกัสของคุณไปที่ Manual
แล้วโฟกัสที่จุดตก หาอะไรสักอย่างมาวาง
เอาไว้เพื่อเป็นตัวไกด์ปรับโฟกัส เสร็จแล้วก็
กำจัดมันออกไป
ปรับรูรับแสงที่ประมาณ f/8 - f/16
เพื่อให้ครอบคลุมระยะชัดของตัวแบบให้ได้
มากที่สุด (ถ้าเลนส์ของคุณคือ Macro) |
 |
เมื่อทุกอย่างถูกจัดเตรียมเรียบร้อย
ตามขั้นตอน โฟกัสพร้อม แฟลชพร้อม ทุก
ตำแหน่งเข้าที่ ทีนี้ก็ได้เวลาสำคัญแล้ว...
จับจังหวะที่หยดน้ำตกกระทบพื้นน้ำ
แล้วกดชัตเตอร์ (ชัตเตอร์ของคุณไม่ควรที่จะ
ช้าไปกว่า 1/1000 Sec. และถ้าคุณต้องการ
ที่จะคุมมันพร้อมกับรูรับแสง อย่าลืมว่าต้อง
ใช้โหมด Manual) จังหวะนี้จะสำคัญมาก
แต่ไม่ต้องเกร็ง ทำตัวทำใจให้สบายแล้ว
ค่อยๆ จับจังหวะซึ่งจะสนุกก็ตรงขั้นตอนนี้ล่ะ
เชื่อเถอะว่าภายในเวลาไม่นาน คุณจะเห็น
จังหวะของหยดน้ำมากขึ้น จับภาพมันออก
มาได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมเรื่อยๆ |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
การถ่ายภาพในแนวนี้ สิ่งสำคัญก็คือความคิดสร้างสรรค์
และกล้าที่จะลองในสิ่งใหม่ๆ เมื่อชำนาญกับพื้นฐานดีแล้วก็ต้อง
ลองประยุกต์และดัดแปลงวิธีการให้ดียิ่งขึ้น
คุณจะสังเกตได้ว่า มุมตกกระทบของแสงที่เปลี่ยนไป จะ
ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงให้กับอารมณ์ของภาพอย่างชัดเจน
ระยะของแฟลชก็ทำให้มันเกิดความเปลี่ยนแปลงได้ หรือจำนวน
หยดน้ำที่มากขึ้น ก็ทำให้ความน่าตื่นเต้นเพิ่มเข้าไปอีก...
ไม่เพียงแต่ในเรื่องของอุปกรณ์เท่านั้น คุณยังสามารถปรับ
เปลี่ยนที่ตัวแบบเพื่อให้เกิดความแตกต่างได้ด้วย เช่น เรารู้กันอยู่
แล้วว่าน้ำคือสิ่งที่มีความใสและสามารถสะท้อนแสงได้ ดังนั้น
การเปลี่ยนภาชนะรองรับให้มัน มันก็จะเปลี่ยนสีไปตามภาชนะ
นั้นๆ ด้วย เมื่อบันทึกภาพออกมาแล้ว
ดังตัวอย่างในภาพนี้ เราได้เปลี่ยนภาชนะรองรับมาเป็นฝา
กล่องคุ๊กกี้สีแดงๆ ที่ด้านในเป็นสีทอง (คุณคงรู้ว่าเราหมายถึงอะไร)
และมีน้ำในปริมาณน้อย (หรือน้ำตื้น) จะเห็นได้ว่าภาพหยดน้ำได้
กลายเป็นสีทองสวยงามไปได้อย่างน่าตื่นตา
ไม่เพียงแค่นั้น เรายังได้ผสมน้ำมันพืชลงไปในน้ำอีกด้วย
ซึ่งจะทำให้มันเกิดแรงตึงผิวมากขึ้น มีความแวววาวมากขึ้นด้วย
Creative กันหน่อย รับรองว่าสนุกแน่ๆ ! |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
การเปิดรับแสงที่ถูกต้อง จะทำให้ภาพ
ของคุณปรับแต่งง่ายที่สุดหรือแทบไม่ต้อง
ปรับแต่งอะไรเลย แต่นี่คือขั้นตอนที่คุณอาจ
จะต้องการรู้... |
 |
แต่ในระหว่างนั้นให้สังเกตดูที่ส่วนอื่นๆ ภาย
ในภาพด้วยว่าเกิดปัญหาของสีขึ้นด้วยหรือ
ไม่ เพราะโดยปกติแล้ว ถ้าลากกลับมามาก
เกินไป ในส่วนมืดจะเกิดปัญหาขึ้นทันที |
 |
 |
 |
ขาดความคมชัด ในที่นี้จะหมายถึง
ภาพไม่ได้หลุดโฟกัส แต่ต้องการความคม
ชัดมากขึ้น
ใช้ฟิลเตอร์ Smart Sharpen ( Filter
| Sharpen | Smart Sharpen...) จากนั้น
ปรับเลื่อน Amount มาที่ 100% และ adius
อยู่ที่ระหว่าง 0.3 - 1.3 Pixels ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
ขนาดของไฟล์ภาพที่คุณจะนำไปใช้งาน |
 |
เร่งสีด้วยเครื่องมือ Hue/Saturation
(Image | Adjustments |Hue/Saturation)
จากนั้นเลื่อนตัว Saturation ไปในแดนบวก
(ทางขวา) สังเกตได้ว่าสีจะสดขึ้นกว่าเดิม
แต่สิ่งที่คุณควรระวังก็คือ หากเร่งสี
มากเกินไป ส่วนที่มีการไล่สีจะเกิดปัญหา
ขึ้นทันที ทางที่ดีที่สุดคือการเปิดรับแสงและ
เลือกตัวแบบที่ถูกต้องที่สุด. |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
| ใช้เครื่องมือ Curve (จากเมนู Image
| Adjustments | Curves...) แล้วค่อยๆ ลาก
สามเหลี่ยมสีขาวกลับเข้ามาด้านซ้ายทีละ
น้อยจนกระทั่งภาพสว่างอย่างที่ต้องการ |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|