Home    Register    Member login    About TSD    Contact us
 
News     DSLR Database      The Gallery      Creative Shot     Photo Tutor     e-Magazine      Webboard

ข้อมูลกล้อง Nikon


Search by model
Canon | Fujifilm | Kodak | Konica Minolta | Nikon | Olympus | Panasonic | Pentax | Samsung | Sigma | Sony |
 
  D800
  D5100
  D7000
  D3100
  D3S
  D3000
  D300S
  D5000
  D3X
  D90
  D700
  D60
  D300
  D3
  D40X
  D40
  D80
  D2Xs
  D200
  D70s
  D50
  D2Hs
  D2X
  D70
  D2H
  D100
  D1H
  D1
  D1x

 

ประวัติกล้อง Nikon

01 พ.ย. 2553 เวลา 18:21:51

"Nikon" ชื่อที่พวกเรารู้จักกันดีนั้น มีชื่อบริษัทแบบเต็มๆ ว่า Nikon Corporation (Kabushiki Kaisha Nikon) ก่อตั้งบริษัทเป็นครั้งแรกเมื่อ 25 กรกฎาคม ค.ศ. 1917 ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของสามบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ทางด้านออพติกชั้นนำ โดยใช้ชื่อในช่วงเริ่มต้นว่า Nippon Kogaku Kogyo Kabushikigaisha โดยบริษัทนี้มีวัตถุประสงค์ในการผลิตชิ้นเลนส์เพื่อใช้ในการถ่ายภาพ, กล้องส่องทางไกล และอุปกรณ์ทางการทหารของญี่ปุ่นอีกหลายรายการ (ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2) ข้อมูลที่เราอาจจะแปลกใจก็คือ บริษัทนี้เป็นผู้ผลิตเลนส์ให้กับกล้องตัวแรกของ Canon ด้วย

ชื่อภาษาญี่ปุ่นในช่วงเริ่มแรกของบริษัทนั้นแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Japan Optical Industries Corporation แต่กว่าจะเปลี่ยนมาเป็น Nikon นั้นก็กินเวลาล่วงเลยมาอีก 29 ปี ซึ่งสาเหตุที่ได้ชื่อใหม่นั้นก็เพราะเป็นการรวมตัวกันระหว่าง Nippon Kogaku (Japan Optical) และแบรนด์ Ikon จากทางฝั่งเยอรมัน ซึ่งในครั้งแรกนั้นมีการพิจารณาชื่ออื่นๆ ด้วย เช่น Nicca และ Nikorette แต่ท้ายที่สุดก็มาลงเอยที่ Nikon ในปี ค.ศ. 1948 มาจนกระทั่งที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน


ส่วนเลนส์ชื่อ Nikkor นั้น เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1932 จากต้นตระกูลเดิมของเลนส์จากบริษัทนี้ที่ใช้ชื่อว่า Nikko จากการตัดทอนตัวอักษรชื่อเต็มของบริษัท(Nippon Kōgaku Kōgyō ) ซึ่งคำว่า Nikko ในภาษาญี่ปุ่นนั้นจะแปลว่า “แสงอาทิตย์”

ปี ค.ศ. 1920 คือปีแรกที่มีการออกแบบเลนส์ตัวแรกเพื่อเตรียมทำตลาด และสำเร็จออกมาเป็นเลนส์ Anytar 120mm f/4.5 และในระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่สองนั้นบริษัทก็ได้ขยายงานการผลิตไปสู่อุปกรณ์เพื่อการทหารหลายชนิด รวมทั้งกล้องสำหรับการถ่ายภาพทางอากาศด้วย

ภายหลังจากที่สงครามสิ้นสุดลง Nippon Kogagu ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะผลิตกล้องส่วนบุคคลสำหรับการใช้งานทั่วไป โดยเริ่มต้นที่การออกแบบกล้อง TLR 6×6 และกล้อง Rangefinder 35 มม. ซึ่งกล้อง TLR นั้นมีชื่อเรียกว่า Nikoflex แต่โครงการผลิตกล้องตัวนี้กลับถูกเลื่อนออกไปเพราะปัญหาที่ไม่สามารถหาระบบชัตเตอร์แบบ "Leaf" ที่เหมาะสมสำหรับประกอบเข้ากับกล้องตัวนี้ได้

ทิศทางจึงมุ่งมาที่กล้อง Rangefinder ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Contax และ Leica แทน ซึ่งในที่สุดก็ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างมากมาย ส่งผลให้มีกล้อง Rangefinder อีกหลายรุ่นตามลงสู่ตลาด และก็ไม่เพียงแค่กล้องเท่านั้น บริษัทยังได้ผลิตเลนส์ที่สามารถนำไปใช้งานกับกล้อง Leica ได้ด้วย ซึ่งก็ได้รับคำชมจากช่างภาพมืออาชีพและช่างภาพข่าวเป็นอย่างมากด้วยเหตุที่มันมีประสิทธิภาพสูงมากเมื่อใช้กับฟิล์มขนาด 35 มม.

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1959 ก็เป็นช่วงแห่งประวัติศาสตร์ของ Nippon Kogaku อีกครั้งด้วยการเปิดตัว Nikon F กล้องแบบ SLR 35mm ในระบบกลไกที่แข็งแรงทนทานต่อทุกสภาวะ และต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่ากล้องอื่นๆ ในสมัยนั้น ซึ่งการันตีด้วยช่างภาพที่เป็นพันธมิตรกับ Nikon ผู้ปฏิบัติการถ่ายภาพอยู่ในพื้นที่สุดโต่งของโลกอย่างเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ หรือในทะเลทรายซาฮาร่า ซึ่งก็ทำให้กล้องรุ่นนี้มีชื่อเสียงที่โด่งดังอยู่ไม่ใช่น้อย ส่งผลให้ในเวลาต่อมา กล้องรุ่น F ของ Nikon ถูกกล่าวขวัญเป็นอย่างมากและเป็นที่ติดอกติดใจของบรรดาช่างภาพมืออาชีพทั่วโลกแบบถล่มทลาย

การออกแบบและพัฒนากล้องและอุปกรณ์อื่นๆ ยังคงเดินหน้าทำชื่อเสียงต่อไป กระทั่งในปี ค.ศ. 1988 บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น Nikon อย่างเป็นทางการ ถึงปัจจุบันนี้ก็แทบจะมีกล้องเฉียดสองร้อยรุ่น และหนึ่งในกล้องอีกชนิดหนึ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับ Nikon เป็นอย่างมากก็คือ กล้องตระกูล Nikonos ซึ่งเป็นกล้องฟิล์มสำหรับการถ่ายภาพใต้น้ำ โดยมีการผลิตออกวางจำหน่ายถึง 5 รุ่นด้วยกัน

เมื่อกระแสของกล้องถ่ายภาพแบบดิจิตอลถาโถมเข้าใส่โลกอย่างรุนแรง Nikon ก็ไม่ยอมตกขบวนรถไฟสายด่วนนี้ บริษัทจึงได้เริ่มพัฒนากล้องสำหรับการใช้งานในอวกาศโดยการร่วมมือกับ NASA ในปี ค.ศ. 1991  แต่ก่อนหน้านั้นก็ได้ร่วมมือกับ Kodak ในการพัฒนากล้องดิจิตอลโดยใช้พื้นฐานบอดี้ของกล้องฟิล์มไปบ้างแล้ว จนกระทั่งในที่สุด Nikon ก็เผยโฉมกล้อง DSLR ระดับมืออาชีพตัวแรกของโลกได้เป็นผลสำเร็จในปี ค.ศ. 1999 ด้วยรุ่น D1 พร้อมกับการถือกำเนิดของสายการผลิต “Coolpix” ซึ่งเป็นกล้องคอมแพ็คสำหรับผู้ใช้ทั่วไปด้วย

และด้วยวิสัยทัศน์ที่เทน้ำหนักไปยังโลกดิจิตอล Nikon จึงได้ประกาศหยุดสายการผลิตกล้องและอุปกรณ์ในระบบฟิล์มอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมของปี ค.ศ. 2006 แต่ก็จะยังคงการผลิตกล้องฟิล์มระดับมืออาชีพตามแผนงานเอาไว้อีกหนึ่งรุ่นคือ Nikon F6 ที่มีแผนการเปิดตัวและวางจำหน่ายในปี ค.ศ. 2010 และยังจำหน่ายกล้องฟิล์มรุ่น FM10 ซึ่งผลิตโดย Cosina จนถึงปี ค.ศ. 2009 แต่จะยังคงการบริการและอะไหล่สำหรับกล้องฟิล์มเอาไว้อีก 10 ปี หลังจากนั้น สิ่งหนึ่งที่ยังคงเป็นปมด้อยของ DSLR จาก Nikon ก็คือ มันเป็นกล้อง DSLR ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพแบบ APS ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าฟิล์ม 35 มม. ซึ่งกล้อง DSLR ที่ผลิตขึ้นในช่วงระหว่างปี ค.ศ. 1999 ถึง 2007 ไม่ว่าจะเป็นระดับผู้ใช้ทั่วไปหรือระดับมืออาชีพก็จะใช้เซนเซอร์รับภาพในขนาดนี้ทั้งสิ้น

ในช่วงปลายปี ค.ศ. 2007 นั้นเอง ปมด้อยของ Nikon ในเรื่องนี้ก็ถูกลบทิ้งไปด้วยการมาถึงของกล้อง DSLR ที่ใช้เซนเซอร์รับภาพขนาด Full Frame ตัวแรกในรุ่น D3 และตามมาด้วย D700 ในอีกไม่กี่เดือนถัดมา

หลังจาก D1 ที่เป็น DSLR ระดับโปรตัวแรกของโลกแล้ว ในปี ค.ศ. 2008 Nikon ก็ได้จารึกชื่อตัวเองในฐานะครั้งแรกของโลกอีกครั้งด้วยการประกาศเปิดตัว กล้อง DSLR รุ่น D90 ด้วยความที่มันเป็น DSLR ตัวแรกของโลกที่สามารถบันทึกภาพวีดีโอได้

เรื่องน่ายินดีอีกอย่างหนึ่งสำหรับบ้านเราก็คือ Nikon ได้ทำการตั้งฐานการผลิตชิ้นส่วนต่างๆ ในประเทศไทยที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และผลิตกล้องในตระกูล Coolpix ที่โรงงานแห่งนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ซึ่งจัดเป็นอีกโรงงานหนึ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วมาก หน้าที่รับผิดชอบในขณะนั้นก็คือ การขึ้นรูปพลาสติกสำหรับผลิตตัวกล้อง, ชิ้นส่วนทางด้านออพติค, งานสี, งานพิมพ์, งานโลหะ, ผลิตเลนส์ Spherical และ Aspherical, ผลิตปริซึม, ผลิตมอเตอร์ Silent Wave และส่วนอุปกรณ์สำหรับระบบออโตโฟกัส ต่อมาในปี ค.ศ. 2009 จึงได้ขยายสายการผลิตกล้อง DSLR ขึ้นที่โรงงานในเมืองไทยสำหรับกล้องในระดับเซนเซอร์ “DX” ส่วน DSLR ที่ใช้เซนเซอร์ Full Frame นั้นยังคงทำการผลิตจากโรงงานที่ญี่ปุ่นเช่นเดิม


รายงานโดย : ทีมงาน TSD

 

D800

Launch : 07 ก.พ. 2555
 
 

D5100

Launch : 05 เม.ย. 2554
 
กล้องระดับ Entry-Level ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักกระชับมือ เป็นกล้องรุ่นแรกของนิคอนที่ได้รับการติดตั้งจอแสดงผลขนาด 3 นิ้ว ที่ปรับหมุนได้ถึง 180 องศา ความละเอียดหน้าจอ 921,000 พิคเซล กล้อง DSLR รุ่น D5100 มีความะเอียด 16.2 ล้านพิคเซล ด้วยเซนเซอร์รับภาพ CMOS และระบบประมวลผลประสิทธิภาพสูง EXPEED 2 ที่พัฒนาใหม่ ลิขสิทธิ์เฉพาะของนิคอน ที่มาพร้อมฟังชั่นก์การใช้งานแบบ HDR - High Dynamic Range ช่วยขยายรายละเอียดบนภาพให้สวยสมจริง แม้ต้องถ่ายภาพในขณะที่มีความเปรียบต่างของแสงสูง พร้อม Special Effects Mode ที่ช่วยปรับแต่งสีสันและอารมณ์ของภาพได้อย่างสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัด อีกทั้งประหยัดพลังงานอีกด้วย
 

D7000

Launch : 15 ก.ย. 2553
 
มวยรุ่นกลางจากค่าย Nikon ที่มาแทน D300S กับความสามารถและคุณสมบัติสมัยใหม่เต็มตัว มีความละเอียดจากเซนเซอร์รับภาพแบบ CMOS อยู่ที่ 16.2 MP ดัน ISO จาก 100 ไปถึง 25600 พร้อมคุณสมบัติในการลดจุดรบกวนหรือ Noise ตามสไตล์ของ Nikon  ติดตั้งเซนเซอร์ออโตโฟกัสมาให้มากถึง 39 จุด ซึ่งเป็นแบบ Cross Type 9 จุดเพื่อความแม่นยำ ช่องมองภาพมองเห็นพื้นที่ได้ 100% ตัวกล้องจากวัสดุ Magnisium Alloy พร้อมระบบการซีลป้องกันฝุ่นและละอองน้ำ ใส่ SD Card ได้ถึง 2 ใบพร้อมกันโดยที่สามารถกำหนดลักษณะหน้าที่การทำงานได้ ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 6 ภาพต่อวินาที มีระบบ Face Detection สำหรับจับใบหน้าได้โดยอัตโนมัติ แน่นอนว่ากล้อง DSLR ยุคนี้ต้องบันทึกภาพวีดีโอได้ด้วย D7000 สามารถบันทึกภาพวีดีโอแบบ Full HD 1080P  พร้อมทั้งติดตั้งพอร์ตแบบ HDMI มาให้ใช้งานคู่กัน จอภาพด้านหลังขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 920,000 px มีระบบ Live View ให้ใช้งานแน่อยู่แล้ว เป็นกล้องอีกตัวที่พกคุณภาพระดับเฉียดใกล้มืออาชีพมาได้มากที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียว
 
 

   Site map


 

Download TSD
Webboard


DSLR Database

Creative Shot
เทคนิคถ่ายภาพอื่นๆ

All items and its contents of tsdmag.com were copyright©2007
 
All items and its contents of tsdmag.com were copyright © 2007
Thang Sa-Duak (Thai) Co., Ltd. Tel. 02 617 9852-3 tsdmag@tsdmag.com
  2519751 วันนี้ เวลา 6.48น.
 
สงวนสิทธิ์เนื้อหาและบทความทั้งหมดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต