Home    Register    Member login    About TSD    Contact us
 
News     DSLR Database      The Gallery      Creative Shot     Photo Tutor     e-Magazine      Webboard
 

Basic Step

Before the shot

Shooting

After the shot

ความรู้เรื่องการถ่ายภาพอื่นๆ

เทคนิคถ่ายภาพอื่นๆ

 
Photo Tutor > ความรู้เรื่องการถ่ายภาพอื่นๆ Article number: 879

The ENTRY LEVEL 3 : หัวใจของการถ่ายภาพ

04 ม.ค. 2555 เวลา 16:48:22

Entry Level 3 : หัวใจของการถ่ายภาพ



    คนที่อยากถ่ายภาพสมัยนี้มักจะเริ่มด้วยความคิดที่ว่าจะซื้อกล้องรุ่นไหนดี? น้อยนักที่จะเริ่มด้วยการหาความรู้ว่าจะถ่ายภาพให้ดีต้องทำอย่างไร? มันเป็นความผิดของเทคโนโลยีจริงหรือที่สามารถให้อุปกรณ์บันทึกภาพที่สะดวกง่ายดายและมีราคาสูงกว่ายุคก่อนมาก...มากเสียจนเราเริ่มต้นด้วยการคิดแค่เพียงว่าจะซื้อกล้องรุ่นไหนดี?...

    ก็เพราะยุคนี้สมัยนี้มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยสิ ด้วยความที่เดี๋ยวนี้เราจะถ่ายภาพสักกี่ภาพก็ทำได้โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรให้เห็นแบบตรงๆ ตัวให้ได้รู้สึก นึกอยากจะกดก็กดกันเดี๋ยวนั้นเลย แล้วก็มางงๆ ว่าทำไมภาพถ่ายที่ได้มามันไม่สวยอย่างใจหรืออย่างที่ตามองเห็น บ้างก็โทษกล้อง บ้างก็โทษเลนส์ แล้วก็พยายามไปขวนขวายหาซื้ออุปกรณ์ใหม่ๆ อยู่ร่ำไปไม่รู้จักจบจักสิ้นด้วยหวังว่ามันจะทำให้ถ่ายภาพสวยขึ้นได้



    สมัยยุคฟิล์มก็ต้องคิดให้ดีก่อนกด เพราะทุกครั้งที่กดนั้นหมายความว่าต้องเสียเงินอีกแน่นอน ยุคนั้นก็เลยเป็นอะไรที่ต้องศึกษาหาความรู้และฝึกฝนกันพอสมควรเพื่อจะให้ได้ภาพถ่ายดีๆ สักภาพ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ซึ่งถ้าจะดูดีๆ เราก็จะเห็นว่ายุคดิจิตอลนี้มีช่องทางและโอกาสในการฝึกฝนเพื่อหาความรู้ที่ได้เปรียบกว่ายุคก่อนมากพอสมควร แต่เราก็มักจะทำลายความได้เปรียบนั้นไปด้วยสาเหตุแห่งความ “ง่าย” ของยุคดิจิตอลนี่แหละ

    ที่เห็นได้ชัดเจนเลยก็คือ ยุคนี้ถ่ายภาพปุ๊บ! เห็นภาพปั๊บ! ไม่ต้องรอล้างรออัดเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เราหาสาเหตุและแก้ไขได้เดี๋ยวนั้นแล้วถ่ายภาพใหม่ได้ทันที อันนี้ได้เปรียบกว่ากันเห็นๆ เลย แต่เราก็มักจะไม่ค่อยมีน้ำอดน้ำทนในการแก้ไขใหม่ ถ่ายภาพซ้ำสองสามครั้งแล้วยังไม่ได้ดั่งใจก็มักจะเลิกรากันไปเลย เปลี่ยนไปถ่ายภาพอื่นดีกว่า...อะไรประมาณนั้น ซึ่งนิสัยนี้ของเราก็จะค่อยๆ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ผลของมันก็คือทำให้เราเป็นคนที่ไม่รอบคอบ ไม่พิจารณาอะไรอย่างละเอียดปราณีตอันเป็นคุณสมบัติที่คนถ่ายภาพจำเป็นต้องมี

    ลองคิดในมุมใหม่ๆ บ้างครับ เอาข้อได้เปรียบตรงนี้มาเป็นช่องทางสำหรับการศึกษาฝึกปรือดีกว่า ทำมันซ้ำๆ จนกว่าจะคล่องมือ  ท้าทายตัวเองเลยว่าแค่นี้ยังทำไม่ได้แล้วจะไปทำอะไรกิน...แบบนั้นเลยก็ได้

    เท่าที่สังเกตดูมาตลอดก็มักจะพบว่า คนที่อยากเข้าสู่โลกหลังกล้องนี้มักจะเริ่มด้วยความคิดแนวเดียวกันไปหมด ประมาณว่าไปเห็นภาพถ่ายสวยๆ จากคนเก่งๆ แล้วก็เกิดแรงบันดาลใจอยากจะถ่ายภาพให้ได้สวยๆ อย่างเขาบ้าง ซึ่งก็มักจะเริ่มต้นด้วยการมองหากล้องและอุปกรณ์ทันที อาจจะเป็นรุ่นเดียวแบบเดียวกับฮีโร่ของเรา หรืออาจจะเลือกหน้าของของแต่ละรุ่น ฯลฯ ก็ว่ากันไป...

    น้อยคนนักที่จะเริ่มจากการหาข้อมูลหรือหาเป้าหมายในการบันทึกภาพ หรือตั้งคำถามว่าทำไมภาพของเขาจึงสวยนัก? ยังตอบไม่ได้ก็แล่นไปซื้อหากล้องมาขึ้นมือแล้วก็ถ่ายๆๆ มันเข้าไป หวังแค่ว่าซื้อกล้องซื้ออุปกรณ์รุ่นสุดยอดมาแล้วยังไงๆ ภาพก็ต้องออกมาสวยแน่นอน

...แล้วก็ลงเอยด้วยการทำหน้างงๆ ว่าทำไมไม่สวยอย่างใจหรือตาเห็นนั่นแหละ

    ผมอยากแนะนำบรรดามือใหม่ที่ทั้งซื้อกล้องมาแล้วและกำลังเล็งๆ จะเสียตังค์ว่า ขอให้หาคำตอบของการถ่ายภาพสวยให้เจอก่อนแล้วตั้งเป้าในการฝึกฝนเพื่อตอบคำถามนั้นให้ได้ เพราะการถ่ายภาพเป็นอะไรที่ต่างจากการมองเห็นด้วยสายตามากมาย มันยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ อีกเยอะแยะที่จะประกอบกันขั้นมาเป็นภาพถ่ายดีๆ สักภาพหนึ่ง ที่เรามักจะได้ยินกันเสมอๆ ว่า “เรื่องนี้เป็นหัวใจของการถ่ายภาพ” อะไรทำนองนั้น

    บอกได้เลยว่า “หัวใจของการถ่ายภาพ” นั้นมีอยู่หลายดวง ขึ้นอยู่กับว่าวัตถุประสงค์ของภาพนั้นคืออะไร? บางภาพอาจจะมีหัวใจดวงเดียว บางภาพก็อาจจะประกอบไปด้วยหัวใจหลวงดวงอยู่ในนั้น แต่ทุกภาพถ่ายที่สวยงามทรงคุณค่าจำเป็นต้องมีหัวใจอยู่ในนั้นอย่างน้อยหนึ่งดวงเสมอ

    รอบนี้ผมเอาหัวใจดวงใหญ่ดวงหนึ่งของการถ่ายภาพมาบอกเล่าให้มือใหม่ทุกท่านรับไปเป็นโจทย์เพื่อพิจารณา แล้วพัฒนามันขึ้นมาเป็นหัวใจส่วนตัวอีกหนึ่งดวงก่อนจะถ่ายภาพให้ได้ เพราะผมเชื่อว่าหัวใจดวงสำคัญดวงนี้จะเป็นทั้งทางลัดและหนทางสู่จุดหมายที่พวกเราหมายตาเอาไว้ได้แน่ๆ

    ต้องออกตัวไว้ก่อนว่าผมจะไม่ได้พูดเป็นหลักการทางทฤษฏีใดๆ ทั้งสิ้น เพราะถ้าจะทำอย่างนั้นย่อมหมายถึงการเปิดคอร์สยาวๆ ขึ้นมาหนึ่งคอร์สเลยทีเดียว ผมจะแค่ชี้นำเส้นทางให้ท่านทั้งหลายไปต่อยอดกันเอาเอง เริ่มจากก้าวแรกตรงนี้แหละครับ


แสงและเงา หนึ่งในหัวใจหลักของการถ่ายภาพ

    เราอยู่กับแสงและเงามาตั้งแต่เกิด เราก็เลยไม่ค่อยได้ใส่ใจกับมันสักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อคิดที่จะถ่ายภาพเราก็ต้องใส่ใจกับมันให้มากๆ เพราะมันส่งผลให้ภาพถ่ายของเราดูสวยงามได้อย่างไม่น่าเชื่อ ขอแค่ใช้มันให้เป็นเถอะ

    ภาพถ่ายนั้นเป็นสิ่งที่ถ่ายทอดอยู่บนวัตถุแบนๆ ที่เรียกว่า 2 มิติ ส่วนสายตาของเรานั้นจะเห็นวัตถุตามความเป็นจริงแบบ 3 มิติ ซึ่งสามารถบอกความลึกหรือขนาดและรูปทรงของวัตถุต่างๆ ได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นปกติของเราจนเราไม่ได้ใส่ใจอะไรกับมันอีกเหมือนกัน

    ภาพถ่ายทั่วไปส่วนใหญ่ซึ่งเป็น 2 มิตินั้นไม่สามารถถ่ายทอดความลึกหรือรูปทรงวัตถุต่างๆ ได้ ส่วนภาพถ่ายที่มีคุณภาพนั้นสามารถแสดงอารมณ์ทดแทนที่ขาดไปได้ด้วยการดึงคุณสมบัติของแสงและเงาเข้ามาช่วย ซึ่งเจ้าสิ่งนี้แหละที่จะกระตุ้นให้สมองและสายตาของคนดูภาพเกิดความรู้สึกถึงรูปทรงของวัตถุที่อยู่ในภาพได้ แถมบางครั้งยังสามารถกระตุ้นอารมณ์และความรู้สึกได้อีกต่างหาก เคยเห็นภาพพระอาทิตย์ตกแล้วรู้สึกเหงาๆ หรือโรแมนติกบ้างไหมครับ? นั่นล่ะ แบบนั้นเลย

    อันที่จริงแล้วเรื่องของแสงและเงานี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันให้มากความยืดยาว เพราะเราๆ ท่านๆ ทั้งหลายย่อมรู้จักมันดีออยู่แล้ว เพียงแต่กระตุ้นหรือชี้นำในเรื่องนี้กันสักหน่อยก็พอจะมองเห็นได้แล้วล่ะ เพียงแค่ว่าถ้ามันเป็นเรื่องของการถ่ายแล้วหลายๆ ท่านก็อาจจะไม่เคยได้เฉลียวใจคิดในเรื่องนี้เลย จริงไหมล่ะ?

    ผมเอาภาพกราฟิกรูปทรงกลมง่ายๆ อันนี้มาเปรียบเทียบให้ดูว่าระหว่างอันนึงที่มีเงากับอีกอันนึงที่ไม่มีเงานั้น ลำพังแค่ “เงา” เพียงอย่างเดียวก็ส่งผลให้เรารับรู้ถึงมิติและรูปทรงของมันได้ดีขึ้นมากแล้วจิรงไหมครับ? แล้วทีนี้ถ้าเป็นภาพถ่ายล่ะ แสงและเงาจะส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหรือส่งผลต่อความรู้สึกในด้านการรับรู้ถึงมิติของรูปทรงได้ขนาดไหน? ผมก็จัดแจงหยิบกล้องออกไปถ่ายภาพง่ายๆ เอามาให้ดูอีกเหมือนกัน ดังภาพเปรียบเทียบทั้งสองภาพนี้แหละ ลองดูครับ



    ถ้าเราไม่เคยสังเกตเรื่องนี้มาก่อนก็จะไม่รู้อะไรเลย แต่รู้สึกว่าภาพที่แสงเงาเข้มจัดกว่านั้นจะน่าดูมากกว่า กระตุ้นความรู้สึกได้มากกว่า อีกภาพหนึ่งนั้นก็มีเงาอยู่เช่นกันเพียงแต่มันค่อนข้างเบาบางและมีเงาไม่มากนัก ก็เลยสัมผัสถึงมิติของรูปทรงได้น้อยกว่าอีกภาพหนึ่งที่มีแสงและเงาที่ต่างกันค่อนข้างชัดเจนมาก

    ทีนี้สังเกตดูดีๆ ถ้าจะริเป็นนักถ่ายภาพก็ต้องมองตรงนี้ให้เหนือกว่าชาวบ้านทั่วๆ ไป การที่จะเกิดความรู้สึกเรื่องของแสงและเงาที่ดี (สำหรับการถ่ายภาพ) ได้นั้น เราต้องรู้เรื่องทิศทางของแสงและเงาที่จะกระทบกับวัตถุในภาพด้วย เพราะแสงและเงาที่เกิดจากทิศทางที่ไม่ดีนั้น แทนที่จะส่งผลดีให้กับภาพมันก็อาจจะกลายเป็นผลเสียมากกว่าปกติอีกก็เป็นได้



    ตัวแบบตัวเดิมของเรา แต่ภาพหนึ่งนั้นเป็นแสงที่มีทิศทางมาจากด้านข้าง ส่วนอีกภาพหนึ่งนั้นมีแสงมาจากด้านบน เกิดมิติที่รูปทรงด้วยกันทั้งคู่แต่ความรู้สึกแตกต่างกัน ซึ่งเรารู้สึกได้เลยครับว่าภาพที่มีแสงมาจากทางด้านข้างนั้นดูดีกว่ามาก

    ดังนั้นเราจะเล่นแสงและเงาอย่างเดียวก็ยังไม่ได้ ต้องดูทิศทางของแสงและเงาที่จะเกิดขึ้นกับวัตถุด้วย อย่างภาพตัวอย่างชุดหลังนี้เราจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ซึ่งภาพแรกเนี่ยก็พอจะเดากันได้ว่าแสงอาทิตย์จากเวลาช่วงเช้า ในขณะที่อีกภาพหนึ่งนั้นก็คือแสงอาทิตย์จากเวลาช่วงเที่ยง ทั้งความเข้มและทิศทางนั้นต่างกันลิบลับ ส่งผลถึงตัวแบบที่ต่างกันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

    ดังนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมช่างภาพมืออาชีพจึงมักจะถ่ายภาพกันในเวลาช่วงเช้าและช่วงเย็น แต่หลีกเลี่ยงการถ่ายภาพในช่วงเที่ยงหรือบ่าย เพราะเงาในช่วงดังกล่าวนั้นมักจะส่งผลไม่ดีต่อตัวแบบที่กำลังจะถ่ายภาพยังไงล่ะ

    ...ใครที่ยังไม่ค่อยเข้าใจเรื่องนี้ก็พอจะเห็นภาพแล้วนะ อย่างน้อยๆ ก็พอจะเลือกช่วงเวลาในการถ่ายภาพหวานใจให้ออกมาดีบ้างล่ะน่า



    อีกเรื่องหนึ่งที่เราแค่แตะกันไปก็คือ “ทิศทางของแสง” ครับ ช้างน้อยในภาพได้รับแสงจากด้านช้างจึงออกมาดูดีกว่า เพราะด้านหนึ่งเป็นแสงและอีกด้านหนึ่งเป็นเงา นั่นหมายความว่าตำแหน่งของกล้องต้องมองเห็นด้านหนึ่งเป็นแสงด้านหนึ่งเป็นเงาด้วย หรือในเบื้องต้นก็คือ ทิศทางของกล้องควรจะทำมุมตั้งฉากกับทิศทางของแสงโดยมีวัตถุตัวแบบเป็นปลายทางเพราะถ้าเรารู้แค่ว่าช่วงเช้ามันดีดว่าช่วงเที่ยงแล้วถ่ายภาพไปโดยที่กล้องกับแสงอยู่ในทิศทางเดียวกัน นั่นแสดงว่าตัวแบบจะสว่างเท่ากันหมด ซึ่งหมายความว่ามิติของแสงและเงาก็จะไม่มีอยู่ดีเพราะวัตถุโดนแสงไปทั่วทุกส่วนจึงมีแต่ส่วนที่สว่างเท่านั้นที่ปรากฏในภาพ ส่วนที่เป็นเงาไม่มีหรือมีอยู่น้อยมาก

    ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนก็ในกรณีของการใช้แฟลชป๊อบ-อัพ ที่ติดมากับกล้องเพื่อถ่ายภาพนั่นแหละครับ แสงและทิศทางของกล้องอยู่ในทิศทางเดียวกัน ตัวแบบก็เลยสว่างโดยที่มีเงาไปอยู่ทางด้านหลัง มิติรูปทรงก็เลยหายไป ใครชอบถ่ายภาพในงานปาตี้ด้วยแฟลชป๊อบอัพก็น่าจะพอนึกภาพออกแหละ ภาพมันดูน่าเกลียดยังไงพิกล

    ดังนั้นเราจำเป็นต้องหมุนหาทิศทางของหน้ากล้องที่ดีที่สุดสำหรับในเรื่องนี้ก่อนจะถ่ายภาพ พิจารณาดูทิศทางของแสงแล้วลองมองด้วยตาเปล่าดูก่อนก็ได้ว่าควรหันกล้องไปทางไหน (ทั้งกล้องและตัวแบบในกรณีที่สั่งได้) จึงจะโดนแสงทางด้านข้างหรือเฉียงมาทางด้านหน้านิดหน่อย ซึ่งก็จะเกิดมิติของแสงและเงาดังว่านี้ขึ้นมาได้นั่นเอง

    ทิศทางของแสงเป็นเรื่องสำคัญ ไม่เชื่อลองหาคนหน้าตาดีๆ มาสักคนแล้วเอาไฟฉายส่องคางดูสิ มองยังไงก็ต้องได้อารมณ์แบบผีๆ แน่นอน แต่พอส่องจากด้านข้างแล้วละก็สวยเท่กันมาเลยเชียว

    ในโลกของการถ่ายภาพยังมีวิธีการเล่นแสงและเงาอีกเพียบเลยครับ ที่เห็นบ่อยๆ เลยก็คือการใช้แสงมากกว่าแค่จากแหล่งกำเนิดเพียงหนึ่งเดียว การถ่ายภาพระดับมืออาชีพนั้นใช้แหล่งกำเนิดแสงที่ว่านี้มากกว่าหนึ่งชิ้นเสมอเลย ไม่เพียงแค่เฉพาะภาพถ่ายเท่านั้น ใครที่ชอบดูหนังก็ลองสังเกตดูดีๆ ครับ หนังฮอลลีวูดส่วนใหญ่นั้นจะพิถีพิถันกับเรื่องการจัดแสงเป็นอย่างมาก เรื่องไหนจัดแสงได้ดีภาพก็จะสวยเป็นพิเศษเลยเชียวครับ สามารถสังเกตเพื่อใช้เป็นตัวอย่างได้เลย


    และถ้าจะให้แนะนำหนังไทยสักเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับประเด็นนี้ ผมขอแนะนำ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวนมหาราช” ผลงานของ ม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ลองไปสังเกตกุดูประเด็นนี้ได้เลยครับ รับรองว่าคุณจะมีวิธีการดูหนังที่ต่างออกไปจากเดิมที่เคยดูเพื่อเนื้อเรื่องและความบันเทิงแน่นอน

    เอาละครับ แม้ว่ามันจะยังมีรายละเอียดอีกมากในประเด็นนี้ ก็ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลายจงไปต่อยอดและลองสังเกตดูว่าภาพแจ๋วๆ ที่เราเห็นเนี่ยแสงและเงามีอิทธิพลมากขนาดไหนลองไล่เรียงดูครับว่าแสงน่าจะมาจากทิศทางไหน กล้องทำมุมกับแสงอย่างไร แล้วเกิดอะไรขึ้นกับความรู้สึกในการมองเห็นภาพนั้นบ้าง ผมเชื่อครับว่าหากเราดูภาพถ่ายแล้วสังเกตเรื่องพวกนี้ไปด้วยโดยที่ไม่ได้มองเพียงแค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวก็จะช่วยพัฒนาเราให้รุดหน้าได้ ไม่ว่าจะเร็วหรือช้าก็ตาม

   
แสงและเงาไม่ใช่เรื่องหมูๆ ที่แค่ดูเป็นแล้วสั่งได้นะครับ เราต้องหมั่นศึกษาและเรียนรู้ด้วยว่าจะควบคุมกล้องและอุปกรณ์อย่างไรจึงจะเก็บมิติทางแสงและเงาที่ว่านี้ลงมาเป็นภาพถ่ายอันสวยงามได้ ซึ่งอันนี้แหละคือเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่มือใหม่ควรจะทำเป็นโจทย์เอาไว้อย่างที่เกริ่นนำไปตั้งแต่ช่วงต้นๆ เพราะถ้าเราไม่ตั้งเป้าเอาไว้เลย เราก็จะเอาแต่ กด กด กด โดยที่ไม่มีเป้าหมายในการฝึกฝนหรือสังเกตเลย ที่สุดแล้วก็จะเลิกไปอย่างงงๆ ว่า เออ นี่คงไม่ใช่เส้นทางของเราแล้วก็เลิกรากันไป...ทางใครทางมัน

   
...ที่ใดมีแสง ที่นั่นก็ย่อมต้องมีเงา และถ้ามีทั้งแสงและเงา  ก็ย่อมต้องเกิดมิติในภาพถ่ายอย่างแน่นอนครับ

บทความโดย : ธราดล จิตมั่นชัยธรรม

1
 
ShowBoard
 
 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น(เฉพาะสมาชิก)
สมัครสมาชิกใหม่ เข้าสู่ระบบ
   
• ห้ามใช้คำหยาบ ส่อเสียด ดูหมิ่น ให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน
• ทีมงานสามารถลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
• เป็นความคิดเห็นเฉพาะบุคคลโดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ ไม่สามารถใช้ในทางกฏหมายได้

   Site map


 

Download TSD
Webboard


DSLR Database

Creative Shot
เทคนิคถ่ายภาพอื่นๆ

All items and its contents of tsdmag.com were copyright©2007
 
All items and its contents of tsdmag.com were copyright©2007
Thang Sa-Duak (Thai) Co., Ltd. Tel. 02 617 9852-3 tsdmag@tsdmag.com
  649307 วันนี้ เวลา 7.07น.
 
สงวนสิทธิ์เนื้อหาและบทความทั้งหมดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต