บทความต่อไปนี้คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อ แต่ขอให้พิจารณาดูให้ดีๆ ไม่แน่ว่าแสงสว่างแห่งความสำเร็จของคุณอาจจะซ่อนอยู่ที่ใดที่หนึ่งในนี้ก็เป็นได้...
ภาพท่องเที่ยว เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ถูกบรรจุเข้าเป็นหัวข้อในการจัดการประกวดถ่ายภาพมากที่สุด ซึ่งวัตถุประสงค์ก็แตกต่างกันออกไปตามแต่วัตถุประสงค์ของทางผู้จัดการประกวด เราเองอาจจะเคยส่งภาพเข้าร่วมหรืออาจจะไม่เคยส่ง อาจจะด้วยความไม่มั่นใจในฝีมือและประสบการณ์ แต่ต่อไปนี้คือเคล็ดลับ 5 ดีที่เราจะนำมาบอกกันเป็นแนวทางสำหรับผู้ที่อยากลองลุ้นในเส้นทางนี้...ตามมาดูทั้ง 5 ดีกันเลย
................................................................................................................................................................................
D1 ดีด้วยวิธีคิด
วิธีคิดคือขั้นตอนเบื้องต้นที่สำคัญที่สุด ถึงแม้ว่าเราจะเคยได้ยินมาว่าศิลปะไม่ต้องการเหตุผล แต่ศิลปะที่ต้องใช้เพื่อการสื่อสารนั้นเหตุผลจะเป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งกับการถ่ายภาพเพื่อสถานที่ท่องเที่ยวด้วยแล้วมันยิ่งต้องการเหตุผลและที่มาที่ไปมากพอสมควร
เมื่อเราเห็นโจทย์แล้ว เราต้องคิดให้ออกว่าคนตั้งโจทย์ต้องการอะไร? ร้อยทั้งร้อยก็คือต้องการภาพสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เห็นแล้วอยากไปเที่ยวไปชม นั่นก็หมายความว่าเราควรจะนำเสนอแต่ภาพที่ดีและสวยงาม งดเว้นจุดด้อยหรือสิ่งที่จะทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบต่อสถานที่นั้นๆ
เราจึงต้องรู้ถึงจุดเด่นและจุดด้อยของสถานที่นั้นๆ แล้วเลือกถ่ายเฉพาะจุดที่ดีออกมา คิดแบบเอาตัวเราเป็นคนดูภาพก็ได้ว่าเราเห็นภาพนี้แล้วจะเกิดความประทับใจหรืออยากไปเที่ยวที่นี่หรือไม่?
................................................................................................................................................................................
D2 ดีด้วยองค์ประกอบ
การจัดองค์แระกอบของภาพคือสิ่งสำคัญที่จะทำให้ดูรวมๆ แล้วภาพออกมาดีไม่เอียงซ้ายเอียงขวา และจะต้องไม่แน่นหรือหลวมจนเกินไป มันจะทำหน้าที่ในการนำอารมณ์ของผู้ชมเข้าสู่ภาพด้วย
การเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานก็จะสามารถช่วยตัดสินใจเลือกมุมภาพได้มากเช่นกัน พื้นฐานความเข้าใจในเรื่องนี้จะทำให้งานของคุณง่ายมากขึ้น
การให้น้ำหนักกับสิ่งที่อยู่ในภาพก็มีความสำคัญ ต้องท่องในใจไว้เสมอว่าพระเอกและพระรองของเราอยู่ที่ไหนในภาพ? มันถูกลดความสำคัญด้วยขนาดหรือตำแหน่งหรือไม่? พระรองกำลังแย่งความโดดเด่นของมันไปหรือไม่? มันถูกบดบังด้วยอะไรหรือเปล่า? ตำแหน่งของมันทำให้ดูไม่น่าสนใจเท่าที่ควร? ฯลฯ ในส่วนนี้ต้องชัดเจนและคุณต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนที่จะบันทึกภาพ ไม่อย่างนั้นแล้วภาพของคุณจะดูสับสนและคุณเองก็จะท้อใจโดยปริยาย
วิธีการจัดองค์ประกอบแบบพื้นฐานมีให้ศึกษากันอยู่ดาดดื่น คุณควรที่จะแม่นทั้งทฤษฎีและปฏิบัติ การฝึกวางองค์ประกอบทั้งการถ่ายภาพและดูภาพของผู้อื่นจะทำให้ประสบการณ์ของคุณสูงขึ้น และมันจะทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อคุณยกกล้องขึ้นเล็งทุกครั้ง
หลีกเลี่ยงการจัดองค์ประกอบที่ดูยุ่งเหยิงจนรบกวนตัวแบบ ลแะระวังที่โล่งเพราะปล่อยพื้นที่ว่างมากเกินไปซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้สึกห่างไกลขึ้นแแก่ผู้ดูภาพ
................................................................................................................................................................................
D3 ดีด้วยเรื่องราว
ภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีควรจะมีเรื่องราวให้จินตนาการต่อได้ สภาพแวดล้อม, วิถีชีวิตผู้คน, สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นประจำหรือสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องราวที่จะสื่อถึงสถานที่นั้นๆ ให้คนดูได้คิดตามต่อ อย่ากลัวที่ภาพจะมีผู้คนปรากฏเป็นส่วนหนึ่งในภาพซึ่งอันที่จริงแล้วมันควรจะมีอยู่ในภาพด้วยซ้ำไป เพราะมันจะยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศและให้ความมีชีวิตชีวากับภาพได้ด้วย แต่คุณควรจะเลือกให้ผู้คนเหล่านั้นมีอากัปกิริยาที่ดีหรือกำลังแสดงออกซึ่งความสุข อย่าให้มีกิริยาที่ไม่น่าดูปรากฏขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของภาพ ซึ่งมันจะเป็นตัวเบี่ยงเบนประเด็นความสนใจของผู้ดูภาพไปในทันที
ทันทีที่เราได้ยินว่าการถ่ายภาพสถานที่ท่องเที่ยว เรามักจะนึกถึงว่าเป็นภาพ Landscape และต้องใช้เลนส์มุมกว้างมากๆ ถึงจะครอบคลุมพื้นที่ได้ทั้งหมด นั่นยังเป็นความคิดที่หละหลวมเกินไป เพราะอันที่แล้วการถ่ายภาพเชิงท่องเที่ยวเพื่อการประกวดควรจะถ่ายภาพที่ได้จากการผสมผสานแนวทางการถ่ายภาพสองแนวเข้าด้วยกัน นั้นก็คือ Landscape และ Life
Landscape จะทำหน้าที่ในเรื่องของการถ่ายทอดตัวสถานที่ออกมาตามหลักการและวิธีคิด ในขณะที่แนว Life จะใช้เพื่อเติมเรื่องราว (ที่ได้พูดไปแล้ว) ให้กับภาพนั้นๆ คุณเชื่อไหมว่าภาพถ่ายสถานที่ท่องเที่ยวแบบสวยบาดจิตบาดใจก็ยังแพ้ภาพถ่ายที่สวยเฉยๆ แต่มีเรื่องราว ยิ่งเป็นภาพที่สวยจับใจและมีเรื่องราวแล้วละก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ข้อนั้นเพราะอะไร? ก็เพราะภาพถ่ายสถานที่ซึ่งมีเรื่องราวจะก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมให้กับภาพนั้นๆ มากกว่า มันก็เหมือนกับเรากำลังเล่าเรื่องราวของสถานที่นั้นให้คนดูภาพฟังไปด้วย ในขณะที่ภาพสวยๆ ก็แค่สวยเฉยๆ แต่ไม่ก่อให้เกิดอารมณ์ร่วมในสถานที่นั้นๆ เท่าที่ควร
เลนส์ Ultra Wide สามารถที่จะถ่ายทอดภาพมุมกว้างได้มากก็จริง แต่จุดอ่อนของมันก็มีอยู่ เช่น มันทำให้น้ำหนักเรื่องราวของภาพลดลง เพราะสิ่งต่างๆในภาพจะมีจะมีขนาดที่เล็กลง และเรามักจะโดนความกว้างหลอกให้ติดใจท้องฟ้ากว้างๆ ใสๆ มีเมฆลอยแบบอลังการ ซึ่งมันดูน่าสนใจดีอยู่หรอก แต่ดูดีอีกทีว่าเรื่องราวมันน้อยเกินไปหรือเปล่า? หากคุณคิดว่าจะแก้จุดอ่อนตรงนี้ก็จำเป็นอยู่เองที่คุณจะต้องเก่งเรื่องมุมภาพมากๆ ใช้เรื่องของการจัดวางและจังหวะของภาพเข้าช่วย หากคุณทำได้ดี ภาพนั้นของคุณจะดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่ขอบอกเลยว่าไม่ง่ายและต้องฝึกบ่อยๆ
บางทีคุณอาจจะทำให้มันสมบูรณ์ทั้งแนว Landscape และแนว Life ได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้มุมกว้างที่สุดเท่าที่คุณจะมีก็ได้
................................................................................................................................................................................
D4 ดีด้วยสีสัน
เป็นการยากที่ภาพถ่ายท่องเที่ยวแบบไร้สีสันจะสามารถเอาชนะภาพสีได้ (ในคุณภาพระดับเดียวกัน) เพราะสีคือธรรมชาติพื้นฐานที่มนุษย์มองเห็นและสามารถสร้างอารมณ์ให้เกิดทางความคิดได้หลากหลายรูปแบบ การเลือกใช้สีในภาพสามารถสื่อวัตถุประสงค์ของสถานที่นั้นๆ ได้เป็นอย่างดี
ตัวอย่างเช่น ภาพทะเลที่มีสีสันสดใส จะทำให้ผู้ดูรู้สึกสนุกสนานเบิกบาน ดูน่าตื่นตาและน่าสนใจ ภาพที่มีสีสันสดใสจะยิ่งดึงดูดความน่าสนใจและเกิดความรู้สึกอยากค้นหาทันที หรือหากต้องการถ่ายทอดอารมณ์โรแมนติกก็เลือกใช้สีโทนอุ่น เช่น เหลือง ส้ม แดง ซึ่งจะบันทึกภาพได้ดีในช่วงเวลาพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก ทำให้อารมณ์ของภาพหนักไปในทางอบอุ่นสงบนิ่งผ่อนคลาย ซึ่งหากเราเลือกใช้สีไม่ถูกต้อง เช่น ใช้โทนอุ่นในภาพที่เป็นบรรยากาศของความสนุกสนานหรือสีสันสดใสในช่วงเวลาที่อบอุ่น ก็จะทำให้อารมณ์ภาพดูขัดแย้งและไม่ต่อเนื่อง
ภาพที่มีสีอ่อนๆ เป็นพื้นฐานส่วนใหญ่ (เช่น สีของท้องฟ้า) จะทำให้ภาพดูสบายตาและรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งยังใช้เป็นจุดพักสายตาและช่วยขับเน้นจุดเด่นในพื้นที่ส่วนน้อยได้อีกด้วย
................................................................................................................................................................................
D5 ดีด้วยความพอดี
ก็คือการที่ทั้งสี่ข้อที่กล่าวมาถูกผสมคลุกเคล้ากันในปริมาณที่เหมาะสมและส่งเสริมซึ่งกันและกัน ภาพที่เต็มไปด้วยเรื่องราวแต่องค์ประกอบภาพไม่ดีก็จะทำให้ภาพดูสับสน หรือภาพที่องค์ประกอบดีแต่ไม่มีเรื่องราว ก็จะทำให้ภาพๆ นั้น ดูไม่น่าสนใจและหยุดสายตาคนดูได้ไม่นาน
ส่วนผสมต่างๆ ที่กล่าวมาก็คล้ายๆ กับการทำอาหารสักจานหนึ่งซึ่งเครื่องปรุงต่างๆ ต้องมีปริมาณที่พอเหมาะ หากมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดหรือรสชาติใดโดดขึ้นมามากกว่าอย่างอื่นมากเกินไปก็จะทำให้เสียรสชาติทันที ถึงแม้ว่าตัวมันเองจะอร่อยขนาดไหนก็ตาม
สรุปแล้ว เราควรที่จะชั่งน้ำหนักปัจจัยต่างๆ ให้เกิดความพอดีโดยใช้การวิเคราะห์ใคร่ครวญให้รอบคอบ โดยมีพื้นฐานอยู่ที่การนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวให้ดูโดดเด่นและน่าสนใจ ตอบโจทย์และความต้องการของผู้จัดการประกวดให้มากที่สุด ซึ่งก็คือผู้ดูภาพที่เราพูดถึงมาตลอดนั่นเอง
...หากทำตามทั้ง 5 ดีได้อย่างดีเยี่ยม ภาพของคุณก็มีสิทธิลุ้นได้ในทุกเวทีเลยทีเดียว
................................................................................................................................................................................