Home    Register    Member login    About TSD    Contact us
 
News     DSLR Database      The Gallery      Creative Shot     Photo Tutor     e-Magazine      Webboard
 

Basic Step

Before the shot

Shooting

After the shot

ความรู้เรื่องการถ่ายภาพอื่นๆ

เทคนิคถ่ายภาพอื่นๆ

 
Photo Tutor > Shooting Article number: 183

วิธีถ่ายภาพพระอาทิตย์และพระจันทร์

23 ก.ย. 2554 เวลา 17:13:28

วัตถุขนาดใหญ่บนฟากฟ้าอย่างดวงอาทิตย์และดวงจันทร์นั้นตกเป็นเป้าหมายของนักถ่ายภาพทั่วโลก มาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งนักถ่ายภาพและนักวิทยาศาสตร์ต่างก็ให้ความสนใจเทคนิคและวิธีการในการบันทึกภาพทั้งสองสิ่งค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเมื่อเวลาแห่งปรากฏการณ์มหัศจรรย์อย่างสุริยะคราสและจันทรคราสโคจรมาถึง


สำหรับนักถ่ายภาพทิวทัศน์นั้นต้องมีพระอาทิตย์ร่วมอยู่ในกรอบภาพเป็นประจำ ดวงจันทร์ก็อาจจะมีบ้างในสัดส่วนที่น้อยกว่า แต่โดยมากแล้วก็มักจะไม่ได้ภาพอย่างที่คิดเอาไว้ในจินตนาการ นั่นอาจเป็นเพราะยังขาดความรู้ความเข้าใจ รวมไปถึงเทคนิคและ “สูตร” บางอย่างที่ทำให้การถ่ายภาพทั้งสองสิ่งนี้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย
ภาพของพระอาทิตย์และพระจันทร์ที่เราเห็นอยู่ดาษดื่นตามโปสเตอร์และโปสการ์ดนั้นเขามีวิธีการคิดและเทคนิคในการถ่ายภาพอย่างไร? เราจะมาลองดูกัน

ภาพพระอาทิตย์ดวงกลมโตแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแต่ต้องประกอบด้วยความเข้าใจและอุปกรณ์อย่างเลนส์เทเลโฟโต้ ที่เหลือนอกจากนั้นอย่างการจัดวางองค์ประกอบ, จังหวะ, การเปิดรับแสง ฯลฯ ก็ใช้วิธีการและหลักคิดเช่นเดียวกับการถ่ายภาพทั่วไป นอกจากนี้ยังอาศัยขั้นตอนในการโปรเซสภาพภายหลังด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้ดวงอาทิตย์ดูใหญ่มากขึ้นได้ด้วย

สำหรับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ให้มีขนาดใหญ่นั้น สิ่งสำคัญก็คือ “เลนส์ถ่ายภาพชนิดเทเลโฟโต้” (Telephoto) ยิ่งระยะทำการไกลมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ดวงอาทิตย์ใหญ่มากขึ้นเท่านั้น และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ “ระยะ” จากตัวแบบถึงกล้องถ่ายภาพ

หลักการพื้นฐานสำหรับการถ่ายภาพด้วยเลนส์ระยะต่าง ๆ ก็คือ ยิ่งระยะโฟกัสของเลนส์ไกลมาก ฉากหลังหรือวัตถุที่อยู่เบื้องหลังตัวแบบก็จะยิ่งมีขนาดใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ ต่างจากเลนส์มุมกว้าง (Wide) ที่จะทำให้วัตถุต่าง ๆ มีขนาดที่บีบเล็กลง การถ่ายภาพพระอาทิตย์ด้วยเลนส์มุมกว้างจึงไม่สามารถทำให้ดวงอาทิตย์ขนาดใหญ่ได้
  
 
จากหลักการดังกล่าว ทำให้เราต้องเลือกใช้เลนส์เทเลโฟโต้ในการบันทึกภาพลักษณะนี้โดยที่ต้องคำนึงถึงระยะห่างจากกล้องถึงตัวแบบด้วย
    เพราะใช้เลนส์เทเลโฟโต้ กล้องจึงต้องอยู่ห่างตัวแบบค่อนข้างมาก หากตัวแบบอยู่ใกล้เกินไปก็จะไม่สามารถเก็บภาพตัวแบบได้ทั้งหมด
    ซึ่งในตัวแบบหลาย ๆ ประเภทอาจส่งผลให้เราต้องอยู่ห่างถึงระดับกิโลเมตรก็เป็นไปได้เพื่อให้สามารถเก็บภาพได้ทั้งหมด
    อย่างที่ได้ทราบกันไปแล้วว่าเราต้องใช้เลนส์เทเลโฟโต้ในการบันทึกภาพ เราจึงจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสม ซึ่งในที่นี้ก็คือเรื่องของ “เลนส์” โดยเฉพาะ
อุปกรณ์ที่จะเพิ่มระยะให้สูงขึ้น (ซึ่งจะทำให้ได้พระอาทิตย์ดวงใหญ่มากขึ้น) เป็นอุปกรณ์ที่นักถ่ายภาพนกและสัตว์ป่าหรือกีฬารู้จักกันดี นั่นก็คือ “Tele Converter” ซึ่งมี 2 ขนาดก็คือ 1.4 เท่าและ 2 ท่า ซึ่งเรียกกันโดยทั่วไปว่า “TC 1.4X” และ “TC 2X” ซึ่งมันก็จะประกอบเข้ากับตัวกล้อง โดยที่มันจะเพิ่มระยะโฟกัสไปตามค่าตัวเลขกำกับของมัน
ข้อเสียก็คือ มันจะเสียปริมาณแสงไปตามระยะที่เพิ่มขึ้น เช่นจากเลนส์ 200mm F2.8 เมื่อสวม TC 2X เข้าๆไปแล้วก็จะกลายเป็น 400mm F5.6 ไปโดยปริยาย
นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ประหยัดกว่าค่าตัวของเลนส์เทเลโฟโต้ แต่ก็ต้องยอมเสียคุณสมบัติของรูรับแสงไป อีกสิ่งหนึ่งที่นักถ่ายภาพต้องพิจารณาก็คือ เนื่องจากต้องอยู่ห่างจากตัวแบบออกมาในระยะที่ค่อนข้างไกล การจะเปลี่ยนมุมภาพเพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงนั้นต้องใช้การย้ายตำแหน่งที่ไกลมาก ดังนั้นการสำรวจมุมภาพล่วงหน้าก่อนเวลาจริง ๆ หลายชั่วโมงจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะแทบจะเรียกได้ว่าช่างภาพแทบไม่มีโอกาสในการปรับเปลี่ยนมุมภาพง่าย ๆ แบบที่สามารถทำได้ในการถ่ายภาพลักษณะอื่นทั่วไปดังนั้นต้องเลือกใช้มุมภาพและตำแหน่งการวางกล้องอย่างรอบคอบ เพราะนี่คือการทำงานแข่งกับเวลาที่มีอยู่น้อยมากเมื่อเทียบกับการเคลื่อยนตัวของดวงอาทิตย์

ส่วนการถ่ายภาพพระจันทร์นั้นก็มีวิธีคิดและแนวทางเช่นเดียวกันกับการถ่ายภาพพระอาทิตย์ การใช้เลนส์เทเลโฟโต้จะทำให้ดวงจันทร์มีขนาดที่ใหญ่โตมากขึ้น

สิ่งที่ต่างออกไปก็คือการปริมาณการเปิดรับแสง ซึ่งหากเราทำการวัดแสงไปที่พระจันทร์โดยตรงนั้น โดยมากแล้วภาพจะออกมามืดหรือสว่างเกินไป

การถ่ายภาพพระจันทร์ให้เห็นรายละเอียดเช่นเดียวกับภาพตัวอย่างจำเป็นต้องใช้ “สูตรสำเร็จ” โดยมีสองสูตรให้เลือกใช้งานดังนี้ :
Shutter Speed = 1/125 sec. รูรับแสง = F8 ISO = 100
Shutter Speed = 1/250 sec. รูรับแสง = F5.6 ISO = 100
ส่วนในกรณีที่กล้องมีค่า ISO เริ่มต้นที่ 200 ให้เปลี่ยนมาใช้ค่าดังนี้

1/250 F11 ISO 200
1/500 F8 ISO 200

การถ่ายภาพพระอาทิตย์และพระจันทร์โดยให้มีขนาดใหญ่นั้นไม่ใช่วิธีการยากเย็นแต่อย่างใด สำคัญที่ส่วนของอุปกรณ์ที่ต้องใช้เลนส์เทเลโฟโต้หรือยิ่งเป็นซุปเปอร์เทเลโฟโต้ก็จะยิ่งดี ตามด้วยวิธีการคิดและการวางตำแหน่งของตัวเองที่จุดถ่ายภาพ ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์พอสมควรในการเลือกใช้ระยะห่างที่เหมาะสม เพื่อให้ตัวแบบทิ่อยู่ระหว่างกล้องและดวงอาทิตย์นั้นมีขนาดที่พอเหมาะ ไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป อีกประการหนึ่งที่จะเป็นข้อได้เปรียบก็คือ กล้องที่มีขนาดเซนเซอร์รับภาพความละเอียดสูงก็จะเปิดโอกาสให้เราครอบภาพให้แน่นมากขึ้น ส่งผลให้ภาพตัวแบบของเรามีขนาดใหญ่ขึ้นในกรอบภาพไปโดยปริยาย สองปัจจัยหลักข้างต้นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักถ่ายภาพที่ต้องการเป็นเจ้าของภาพดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์กลมโตขนาดใหญ่พิเศษ และปัจจัยอย่างหลัง “กล้อง” จะทำให้เกิดความได้เปรียบมกาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ซึ่งทั้งสามปัจจัยล้วนแล้วแต่ต้องใช้การ “พิจารณา” ที่รอบคอบเป็นอย่างยิ่ง



บทความโดย : ธราดล จิตมั่นชัยธรรม

1
 
ShowBoard
 
 
 
ร่วมแสดงความคิดเห็น(เฉพาะสมาชิก)
สมัครสมาชิกใหม่ เข้าสู่ระบบ
   
• ห้ามใช้คำหยาบ ส่อเสียด ดูหมิ่น ให้ผู้อื่นเกิดความเดือดร้อน
• ทีมงานสามารถลบความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
• เป็นความคิดเห็นเฉพาะบุคคลโดยไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ ไม่สามารถใช้ในทางกฏหมายได้

   Site map


 

Download TSD
Webboard


DSLR Database

Creative Shot
เทคนิคถ่ายภาพอื่นๆ

All items and its contents of tsdmag.com were copyright©2007
 
All items and its contents of tsdmag.com were copyright©2007
Thang Sa-Duak (Thai) Co., Ltd. Tel. 02 617 9852-3 tsdmag@tsdmag.com
  649317 วันนี้ เวลา 7.19น.
 
สงวนสิทธิ์เนื้อหาและบทความทั้งหมดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
ห้ามนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต