ในบรรดาแนวทางการถ่ายภาพทั้งหลายทั้งมวลนั้นแต่ละแนวก็มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวกันไป แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การถ่ายภาพกีฬา คือหนึ่งในแนวทางการถ่ายภาพที่ดูน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด และหัวใจสำคัญที่ทำให้ทุกสายตาต้องจับจ้องตาไม่กระพริบเลยก็คือ "แอคชั่น" นี่เอง ใน Photo Tutor ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงเคล็ดลับการเตรียมตัวถ่ายภาพแอคชั่นกีฬาว่าแท้จริงแล้วมันมีอะไรมากกว่าการใช้เลนส์เทเลโฟโต้ยืนถ่ายเพียงอย่างเดียว
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ก้าวแรกสู่สนาม
ฟังไม่ผิดแน่นอนครับว่า ก้าวแรกสู่สนาม ผมไม่ใช่ให้คุณไปเตรียมแข่งอะไรหรอกนะ แต่จะมาบอกว่าคุณควรเตรียมตัวอย่างไรในการถ่ายภาพซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของเบื้องหน้าที่เราคอยแต่หาจังหวะกดชัตเตอร์ในสนามเพียงอย่างเดียว แต่แท้จริงแล้วมีส่วนประกอบอีกหลายๆ อย่างที่เมื่อไหร่คุณรู้และเตรียมตัวให้ดี รับรองว่าภาพของคุณย่อมดีกว่าอีกมากมายเป็นแน่แท้
ศึกษาภาพตัวอย่าง
ข้อนี้มักจะเป็นปัญหาใหญ่สำหรับช่างภาพมือใหม่หรือแม้แต่ช่างภาพมืออาชีพที่ยังไม่ชำนาญการถ่ายภาพกีฬา ซึ่งในที่นี้ผมไม่ได้บอกว่าช่างภาพทั้งหลายไม่มีความสามารถ แต่เรื่องของมุมมองหรือความคุ้นเคยในการควบคุมกล้องและการปรับค่ากล้องต่างๆ อาจยังไม่ชินเท่านั้นเอง ภาพตัวอย่างจากในหนังสือหรืออินเตอร์เน็ตนี่แหละที่จะเป็นตัวช่วยชั้นเลิศของเราในการศึกษามุมมองรวมไปถึงอุปกรณ์ที่เหมาะสมในการใช้งาน
มาก่อนเวลา
ช่างภาพมืออาชีพทั้งหลายคงจะรู้ดีว่างานเทศกาลระดับประเทศทั้งหลายทั้งปวง นอกจากมวลชนปริมาณมหาศาลเหลือคณานับแห่กันมาแล้ว ยังมีช่างภาพในปัจจุบันที่มีกล้องดิจิตอลเป็นดั่งปัจจัยที่หกอีกหลายสิบหมื่นแบบนี้ คุณช่างภาพทั้งหลายย่อมต้องระลึกไว้อยู่เสมอว่างานแบบนี้ไม่มีพื้นที่ให้จับจองได้เหมือนโรงภาพยนตร์ ใครมาก่อนก็ได้พื้นที่ดีกว่าเท่านั้น ในอดีตสมัยกล้องดิจิตอลยังไม่เป็นที่นิยม จะด้วยเรื่องราคาหรืออะไรก็แล้วแต่ การถ่ายภาพกีฬาสักงานหนึ่ง ปกติเราเผื่อเวลาไว้สัก 2-3 ชั่วโมงก็น่าจะมีพื้นที่แล้ว แต่อะไรๆ ในสมัยนี้ก็เปลี่ยนไปลองยกตัวอย่างเช่น เทศกาลปล่อยพลุ เป็นต้น งานเริ่มหกโมงเย็นก็จริง แต่ใครจะเชื่อว่าช่างภาพทั้งหลายมากางอาณาเขตด้วยขาตั้งกล้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหมือนกันครับ การถ่ายภาพกีฬาหลายๆ ชนิดด้วยพื้นที่ที่จำกัดรุมล้อมไปด้วยช่างภาพตามขอบสนาม มันจะรับจำนวนคนได้สักเท่าไหร่กันเชียว
นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมตัวมาก่อนเวลาครับ แต่ผลพลอยได้ของการมาก่อนเวลานอกจากคุณจะได้พื้นที่การถ่ายภาพตามใจแล้วคุณอาจจะได้รับช่วงเวลาในการถ่ายภาพที่ดีที่สุดอีกด้วย พร้อมกับมีเวลาในการวิเคราะห์สถานที่ถ่ายและยังเก็บภาพบรรยากาศรอบๆ ไว้ก่อนได้อีกด้วย เราในฐานะช่างภาพย่อมรู้กันอยู่แล้วว่าช่วงเวลาการถ่ายภาพที่เหมาะที่สุดคือช่วงเช้าและเย็นซึ่งแสงไม่แรงมากนักและยังมีทิศทางยังเพิ่มมิติให้ภาพของเราดูทรงพลังยิ่งขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าเป็นการถ่ายภาพในร่มก็ถือว่าแล้วไป ยังไงก็ตามมาก่อนเวลาเป็นดีที่สุด
เวลาเป็นเรื่องสำคัญครับ การมาถึงก่อนเวลาเป็นเรื่องที่ดีแต่คงไม่ต้องถึงกับต้องมานั่งรอข้ามคืนเหมือนต่อคิวซื้อมือถือละกัน ขอให้ใช้วิจารณญาณของคุณเป็นดีที่สุดว่าควรมาก่อนหลังด้วยเวลาเท่าไหร่ ซึ่งประสบการณ์มันจะช่วยคุณได้มากทีเดียว
สภาพแวดล้อม
เมื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งภายในงานแล้ว ช่างภาพทั่วไปมักจะเดินสุ่มๆ ถ่ายภาพเลยโดยไม่ได้คำนึงถึงอะไรทั้งนั้น เชื่อว่าทุกคนก็เคยเป็นแบบนั้นมาก่อน แล้วผลของมาเป็นไงน่ะเหรอ! มันก็อาจจะมีภาพที่ดีถ้าได้มุมที่เหมาะสมและอาจจะใช้ภาพไม่ได้สักภาพถ้าการถ่ายครั้งนั้นคุณไม่มีมุมในการถ่ายภาพ เมื่อคิดดีๆ แล้วเราจะรู้สึกว่าไม่น่าเลย ถ้าเราขยับอีกนิด เปลี่ยนมุมอีกหน่อย ภาพมันต้องแจ่มแจ๋วกว่านี้แน่ๆ แต่อย่าเปลี่ยนที่ไปมาบ่อยละไม่งั้นงานนี้มี “ลุกเสียม้า” แน่นอน
นั่นถือเป็นประสบการณ์หรืออาจจะเป็นสิ่งที่เราจินตนาการขึ้นเองเมื่อเรามองแต่ความสวยงามอยู่ตรงหน้า ทำให้เราไม่ทันคิดถึงองค์ประกอบอื่นๆ อะไรทั้งนั้น ยกตัวอย่างเมื่อเราต้องถ่ายภาพที่สนามมวยดูครับ ช่างภาพเองก็ต้องมองภาพรวมภายในงานด้วยว่ามีการวางไฟจุดไหน มุมไหนที่ไฟส่องแล้วไม่ย้อนแสง, บริเวณเวทีจุดไหนที่คนแน่น, สามารถหาถ่ายภาพมุมมองอื่นนอกจากระดับสายตาได้รึเปล่า! เล็กๆ น้อยๆ ทั้งหลายนี้คือสิ่งที่เราควรพิจารณาก่อนการถ่ายภาพ อาจดูเสียเวลาสักนิดแต่เมื่อเราเป็นช่างภาพแล้วก็ต้องรู้จักการ “รอ” เพื่อคุณภาพผลงานของคุณทั้งนั้น
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
อุปกรณ์ทั้งหลายของคุณ
เมื่อคุณทำการบ้านมาดีพอแล้วเกี่ยวกับชนิดกีฬาที่คุณจะต้องถ่าย ทีนี้ก็ถึงเวลาที่คุณต้องเลือกอุปกรณ์คู่กายแล้วว่าจะพกตัวไหน ช่วงอะไรไปดี แน่นอนครับว่ามันคงไม่ดีแน่ๆ ถ้าคุณจะต้องพกเลนส์ทุกช่วงไปถ่ายภาพตั้งแต่ระยะอัลตร้าไวด์จนถึงระยะซุปเปอร์เทเลโฟโต้ ที่รวมแล้วน้ำหนักร่วมๆ สิบกิโล และไหนคุณจะต้องไปบู๊กับบรรดาช่างภาพท่านอื่นอีก ดังนั้นความสะดวกสบายและความคล่องตัวในการถ่ายภาพถือว่าเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับ เลือกใช้เลนส์เท่าที่จำเป็นกับชนิดกีฬาที่ถ่ายดีกว่า
การถ่ายภาพที่ต้องติดตามตัวแบบตาไม่กระพริบแล้ว อย่าให้ต้องมาพะวงกับอุปกรณ์การถ่ายภาพของคุณไปด้วยเลย
ในความเข้าใจของใครหลายๆ คนเมื่อนึกถึงการถ่ายภาพกีฬาก็คงมีภาพเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้อยู่ในหัวล่ะสิ ข้อนี้ผมไม่เถียงเพราะผมเองก็คิดแบบนี้เหมือนกันจากข่าวกีฬาที่มักจะเห็นช่างภาพตามขอบสนามเขาใช้กัน แต่ความเป็นจริงแล้วกีฬามันก็มีหลายประเภทและมันคงไม่ได้ใช้เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ทั้งหมดหรอก จริงมั้ย! ดังนั้นผมจะมาแนะนำว่ากล้องและเลนส์ตัวไหนดีที่น่าใช้สำหรับถ่ายภาพกีฬา
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กล้องดิจิตอล
ผมไม่รู้ว่ากล้องดิจิตอลที่คุณใช้ยี่ห้ออะไรและรุ่นไหนบ้าง ซึ่งรุ่นไหนๆ ผมก็ตอบได้ทั้งหมดว่ามันก็ถ่ายภาพกีฬาได้เหมือนกัน แต่ปัจจัยที่จะทำให้คุณบันทึกภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นจากกล้องของเรา มีดังนี้
จำนวนการถ่ายภาพต่อเนื่อง
ภาพกีฬาระดับโลกที่เราเคยเห็นกันมักเป็นภาพที่มีแอคชั่นระดับสุดยอดจนเราต้องทึ่งว่าจับจังหวะที่เหมาะเจาะแบบนั้นได้อย่างไร การถ่ายภาพต่อเนื่องของกล้องเราเป็นหนึ่งในคำตอบนั้น กล้องดิจิตอลของเรามีความสามารถในการถ่ายภาพต่อเนื่องทุกตัวครับ โดยปกติจำนวนภาพที่ถ่ายได้จะอิงจากรุ่นที่ใช้เป็นหลัก เช่นรุ่นที่ระดับ Entry Level จะถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3 เฟรมต่อวินาที รุ่นระดับ Semi-Pro Level จะถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 6 เฟรมต่อวินาที ไปจนถึงรุ่นระดับ Pro Level ที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 8-10 เฟรมต่อวินาที เห็นไหมครับว่ามันต่างกัน กล้องรุ่นไหนก็ตามที่ถ่ายภาพต่อเนื่องได้จำนวนที่มากกว่าก็ย่อมที่จะมีโอกาสได้ภาพที่มีจังหวะอันน่ามหัศจรรย์กว่าแน่นอน

กล้องดิจิตอลของเราทุกตัวมีระบบโฟกัสอยู่หลายแบบ ซึ่งเราก็มักจะใช้การโฟกัสแบบ Single Shot อยู่เป็นนิจ แต่ในการถ่ายภาพกีฬาที่มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลาแบบนี้คุณอาจจะต้องปรับเปลี่ยนระบบการโฟกัสของมันสักหน่อย ในที่นี้สำหรับช่างภาพที่ยังไม่เคยเปลี่ยนระบบโฟกัสมาก่อนผมก็ขอแนะนำระบบโฟกัสแบบติดตามวัตถุ (Servo) ซึ่งมันจะจับภาพวัตถุที่เคลื่อนไหวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามคุณอาจจะชำนาญระบบโฟกัสคนละแบบก็ได้ ก็ฝากไว้เป็นหนึ่งในทางเลือกของการถ่ายภาพละกัน และอีกอย่างที่คุณอาจไม่รู้ว่าระบบโฟกัสของกล้องแต่ละยี่ห้อก็ไม่ได้ทำงานดีเหมือนกัน บางยี่ห้ออาจจะดีในระบบๆ หนึ่ง ส่วนบางยี่ห้อก็อาจจะดีกับอีกระบบหนึ่ง ดังนั้นคุณก็ต้องทำความเข้าใจกับกล้องของคุณเองเป็นหลัก

ISO หรือค่าความไวแสงในการถ่ายภาพ ในอดีต ISO มีไว้สำหรับฆ่าช่างภาพที่ต้องดันค่า ISO สูงๆ เพื่อแลกกับภาพถ่ายที่มีลักษณะแสงน้อย เพราะบรรดาเม็ดทรายอย่าง Noise จะมาเคลือบภาพใสๆ ของเราแบบจัดเต็ม ข้อจำกัดของ ISO ก็เหมือนการถ่ายภาพต่อเนื่องนี่ล่ะครับ ว่ากล้องรุ่นระดับ Entry ระบบการจัดการ Noise เมื่อต้องใช้ ISO สูงๆ จะทำได้ไม่ดีเท่ากับกล้องระดับ Pro ซึ่งในที่นี้สำหรับใครที่ใช้กล้องระดับ Entry Level อยู่ก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะเราอาจไม่ต้องถ่ายภาพแลกวิญญาณด้วย ISO แต่ใช้การหามุมที่มีแสงเยอะๆ ก็เป็นได้
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เลนส์
ควบคุมกล้องได้แล้วก็อย่าลืมเลนส์บ้าง เลนส์มีหน้าที่กำหนดระยะของการถ่ายภาพตั้งแต่กว้างมากไปจนถึงใกล้สุด แบบนี้ใครมีเลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้ก็ได้เปรียบสิ...มันไม่ใช่แบบนั้นเสมอไป หรอก
เลนส์ระยะหลากหลายที่ใช้มีช่วงความยาวโฟกัสตั้งแต่หลักหน่วยไปจนถึงหลักพัน ดังนั้นเราต้องเลือกใช้ระยะเลนส์ให้เหมาะสมกับกีฬาที่เราจะถ่ายภาพด้วย ยกตัวอย่างกรณีถ่ายภาพกีฬามวยที่มีขนาดเวที 7x7 เมตร เลนส์ซูมช่วงระยะนอร์มอลไปจนถึงเทเลโฟโต้คือตัวเลือกที่ดีเพราะคุณสามารถเก็บภาพได้ทั้งแบบเต็มตัวไปจนถึงภาพครึ่งตัวโดยที่ไม่ต้องเดินหาพื้นที่ไปมา อย่างเลนส์ช่วงระยะเทเลโฟโต้หรืออัลตร้าไวด์ ส่วนสนามที่กว้างมากอย่างแข่งรถหรือสนามฟุตบอล เลนส์เทเลโฟโต้หรือซุปเปอร์เทเลโฟโต้ก็เป็นอะไรที่ลงตัวสำหรับการใช้งาน เพราะถ้าคุณคิดจะถ่ายด้วยเลนส์ไวด์แล้วไปเสยใกล้ๆ ล่ะก็อุบัติเหตุอาจจะเกิดกับคุณได้ง่ายๆ เลย
Speed Shutter สำหรับการถ่ายภาพกีฬาที่ตัวแบบมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา การควบคุมค่าความเร็วชัตเตอร์สำคัญมาก เพราะการจังหวะเด็ดๆ ในช่วงเสี้ยววินาทีหากเราพลาดไปย่อมไม่มีโอกาสแก้ตัว ดังนั้นผมแนะนำว่าต้องใช้ไม่ต่ำกว่า s 1/1000 sec. เพื่อให้ตัวแบบของเราหยุดนิ่งคมชัดนั่นเอง
f-Stop
อย่างที่บอกไปสักครู่เรื่องของการแลกวิญญาณ ISO เพื่อให้ได้ภาพ แต่ f-Stop นี่มีหน้าที่ยื่นมือเข้ามาแก้ปัญหานี้ให้ (ในระดับหนึ่ง) ช่างภาพก็คงจะรู้กันดีว่าเลนส์ที่มีค่า f-stop ยิ่งน้อย แสงก็เข้าได้มาก เลนส์ที่มีค่า f-stop ยิ่งมาก แสงก็เข้าได้น้อย ดังนั้นการเลือกใช้เลนส์ที่มีค่า f-stop น้อยทำให้สปีดชัตเตอร์ในการถ่ายภาพของเราพอที่จะปรับให้เร็วขึ้นได้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็ลดค่า ISO ของเราไปได้บ้าง
เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วหลายคนอาจจะอยากเปลี่ยนอุปกรณ์ถ่ายภาพมาในทันใด แต่ไม่ต้องตกใจไปครับ อย่าให้ถึงกับเปลี่ยนกล้องใหม่เลย เพราะผมไม่ได้ว่ากล้องถ่ายภาพแต่ละคนของคุณถ่ายไม่ได้สักหน่อย อย่าลืมว่าสิ่งสำคัญนอกเหนือสิ่งอื่นใดคือจังหวะ โอกาสและมุมมองครับ ภาพถ่ายที่สวยๆ หลายภาพก็มาจากกล้องระดับธรรมดานี่แหละ ฝึกฝนให้ชำนาญเป็นดีที่สุด
(ภาพที่ใช้ประกอบผมใส่ค่า Exif ว่าใช้กล้องตัวไหน ปรับค่าเท่าไหร่ แต่อย่าจำค่าตามนี้ถ่ายงานอื่นซะล่ะ เพราะสภาพแสงแต่ละงานไม่เท่ากัน)
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขาตั้งกล้อง
กับการถ่ายภาพกีฬาบางชนิดที่เราต้องยืนถ่ายอยู่กับที่นานๆ ซึ่งอาศัยแค่การแพนกล้องในการถ่ายภาพเท่านั้น ขาตั้งกล้องจะช่วยผ่อนน้ำหนักจากเลนส์ขนาดมหึมาของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะมันให้ผลของภาพมีความ "นิ่ง" มากกว่าที่คุณจะมาแบกไว้ตลอดเวลา และอย่างที่รู้กันว่าขาตั้งกล้องก็มีอีกหลายประเภทนั่นแหละ แต่ขาตั้งกล้องที่นิยมใช้กันในการถ่ายภาพกีฬาคงจะหนีไม่พ้นชนิดแบบ Monopod
Monopod ใช้สำหรับยึดกับพื้นเหมือนไม้เท้า เป็นผลทำให้ถ่ายภาพได้นิ่งกว่ามือเปล่ามีน้ำหนักเบาและราคาถูกกว่า Tripod แม้ใช้วัสดุเดียวกัน (ก็หายไปตั้งสองขานี่นะ) และยังช่วยผ่อนแรงจากเลนส์อันหนักอึ้งที่สะพายบนคออีกด้วย เรามักจะเห็น ขาตั้งกล้องชนิดนี้ได้จากการแข่งขันกีฬาที่ช่างภาพจำเป็นต้องใช้เลนส์ซุปเปอร์เทเลโฟโต้เป็นหลัก --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แอคชั่น
หัวใจหลักของการถ่ายภาพกีฬาคงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระบวนท่าอันเร้าใจหรือ “แอคชั่น” คือคำตอบที่ใครๆ ก็มักจะนึกถึงเป็นสิ่งแรก ไม่ว่าจะเป็น จังหวะโดนต่อยคางเบี้ยว ตาลอยอย่างในหนังสือการ์ตูน รถดริฟต์ระเบิดทรายหรือจังหวะขับเคี่ยวกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ในสถานการณ์จริงคุณต้องมีสมาธิและคอยจับจังหวะของนักมวยตลอดเวลาประกอบกับมุมมองและการปรับค่ากล้องที่ชำนาญ เรียกได้ว่ามันคือผลลัพธ์ของทุกอย่างทั้งความคิดและฝีมือของคุณในการสื่อออกมาเป็นให้เป็นภาพสมดั่งใจทั้งนั้นแหละ สำหรับมือใหม่อาจต้องใช้เวลาสักพักให้เกิดความชำนาญ แต่เมื่อคุณเริ่มจับทางได้แล้ว ก็อย่ารีรอล่ะ ลงมือกันเลย...

แม้ว่าในการแข่งขันประเภทกีฬาอื่นๆ อาจไม่ใกล้เคียงกับกีฬาที่นำมายกตัวอย่างแต่พื้นฐานของการถ่ายภาพกีฬาหลักๆ ก็ไม่แตกต่างกัน ถ้าเราดูและวิเคราะห์นำไปปรับใช้สักนิด ผมคิดว่าอะไรๆ ในการถ่ายภาพของคุณน่าจะมีทิศทางที่ขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ดีกว่าการไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลย
อีกอย่างที่อยากจะฝากเอาไว้ ถือว่าเป็นข้อสำคัญสำหรับช่างภาพทุกๆ คนนะครับว่าการถ่ายภาพอะไรก็ช่างจรรยาบรรณของช่างภาพเป็นสิ่งสำคัญ มีน้ำใจและให้อภัยก็แบ่งๆ กันไป แล้วจะทำให้เราถ่ายภาพอย่างมีความสุขแถมยังมีแต่คนชื่นชมอีกด้วยนะ