ภาพถ่ายหยดน้ำ นิยมหยดน้ำที่ตกลงสู่พื้นน้ำ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในครั้งนี้คือเราจะเปลี่ยนจากพื้นน้ำมาเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงที่อยู่รอบตัวเรา

.................................................................................................................................................................................
ด้วยคุณสมบัติของของเหลวที่เปลี่ยนรูปร่างไปตามแรงและพลังงานที่เกิดขึ้น ทำให้ภาพแต่ละภาพจะไม่ซ้ำกันเลย ซึ่งนี่คือเสน่ห์ของมันในโลกของการถ่ายภาพ ที่นิยมกันคือ หยดน้ำที่ตกลงสู่พื้นน้ำ แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปในครั้งนี้คือ เราจะเปลี่ยนจากพื้นน้ำมาเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงที่อยู่รอบตัวเรา ซึ่งเมื่อหยดของเหลวตกลงมากระทบมันแล้ว ผลที่ได้ก็ย่อมจะต่างออกไป ซึ่งหมายถึงอารมณ์ภาพด้วย
ในพื้นผิวแข็งๆ ที่เรานำมาใช้สามารถสร้างผลต่างให้ได้อย่างมากมาย การหยดลงบนแผ่นซีดีก็จะทำให้มีสีสันที่เกิดจากการสะท้อนแสงอันแปลกตา หรือการวางบางสิ่งให้มันกระทบกันบนพื้นอย่างเช่น สีน้ำ ก็ทำให้ตัวแบบของเรามีลวดลายที่ต่างออกไป แน่นอนว่าพื้นน้ำแบบปกติไม่สามารถให้ผลลัพธ์แบบนี้ได้ เพราะมันค่อนข้างที่จะยากต่อการควบคุมนั้นเอง
.................................................................................................................................................................................
Eqiupments
แน่นอนว่าพระเอกในด้านอาวุธและเครื่องไม้เครื่องมือในงานนี้ย่อมจะต้องเป็นเลนส์มาโครอย่างไม่ต้องสงสัยซึ่งเลนส์ชนิดนี้ก็จะทำให้คุณสามารถถ่ายภาพได้ใกล้เป็นพิเศษ เปิดเผยหลายๆ สิ่งให้เห็นได้อย่างน่าอัศจรรย์ และตัวแบบของเราในที่นี้ซึ่งก็คือ ลีลาของหยดของเหลวก็ไม่สามารถรอดพ้นความคมระดับเทพของมันไปได้แต่ก็อย่าลืมผู้ช่วยพระเอกคนสำคัญอย่างแฟลชแยกที่มีกำลังสูงด้วยล่ะ...
แยกแฟลชออกจากกล้องได้ แต่ขอบอกว่าถ้าคุณมีตัวจี๊ดอย่าง ST-E2 ที่สั่งการแฟลช Canon ได้โดยไม่ต้องใช้สายสัญญาณแล้วล่ะก็ คุณจะยิ่งพลิกแพลงและประยุกต์แสงแฟลชของคุณได้อีกพะเรอเกวียนเลยทีเดียว!
นอกจากนี้ก็มีสิ่งที่คุณควรใช้งานก็คือ ขาตั้งกล้องที่มั่นคงไม่สั่นไหวโยกคลอนและสายลั่นชัตเตอร์อีกสักเส้นหนึ่ง...ฉลุย
.................................................................................................................................................................................
And...How?
เวทีแสดงของเราถูกเซ็ทขึ้นง่ายๆ ด้วยตั้งหนังสือที่วางสูงขึ้นไป พาดแผ่นพลาสติกไว้ข้างบนแล้วเจาะรูตรงกลางให้เว้นช่องเพื่อปล่อยหยดของเหลวลงมามันจะช่วยได้มากหากคุณมีหลอดหยอดตา (หาซื้อตามร้านขายยา)
.................................................................................................................................................................................
จัดหาของเหลวที่คุณจะใช้ใส่แก้วมาวางเอาไว้ใกล้ๆ
.................................................................................................................................................................................
หยดของเหลวลงบนพื้นสักหนึ่งหยดในตำแหน่งจริงของมัน เปลี่ยนระบบโฟกัสไปที่ Manual แล้วปรับระยะโฟกัสให้เข้าที่ของมัน ปรับสปีดชัตเตอร์ไปที่ 1/4000 และปรับรูรับแสงไปที่ f/20 แล้วลองถ่ายภาพออกมาดูก่อนว่าโฟกัสถูกต้องหรือไม่? ช่วงความชัดครอบคลุมพอหรือไม่? ทิศทางของแสงแฟลชเป็นอย่างไร? แล้วปรับทุกอย่างให้เข้าที่อีกครั้งจากนั้นก็เริ่มปล่อยให้ของเหลวหยดลงมา...จับจังหวะลั่นชัตเตอร์แม่นๆ
.................................................................................................................................................................................

หุ้ม
แฟลชด้วยกระดาษฟลอยด์แบบในภาพจะทำให้ลำแสงของแฟลชถูกบีบเล็กลง
ช่วยให้แสงไม่กระจัดกระจายไปรบกวนภาพ อย่าลืมปรับโหมดไปเป็นแบบ High Speed
Sync ด้วยล่ะ!.................................................................................................................................................................................

อย่าลืมหาผู้ช่วยสร้างสีสันให้กับภาพของคุณ มันอาจจะไม่เป็นสีน้ำก็ได้ อาจจะเป็นอะไรสักอย่างที่มักจะเปื้อนเสื้อผ้าของคุณอยู่เสมอก็ได้ และเป็นการดีมากที่จะหากระดาษทิชชู่เอาไว้ใกล้ๆ เพราะคุณต้องเช็ดมันอยู่เสมอๆ
.................................................................................................................................................................................
คำแนะนำของเราต่อการถ่ายภาพในครั้งนี้ก็คือ คุณควรจะอยู่ในที่ค่อนข้างสงบเงียบ เพราะคุณต้องการสมาธิสูงพอสมควรในการจับจังหวะลั่นชัตเตอร์ที่พอดี การมีสิ่งอื่นมารบกวนสมาธิของคุณจะทำให้คุณลั่นชัตเตอร์ไม่ได้จังหวะและอาจจะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิด และมันก็จะทำให้จังหวะการลั่นชัตเตอร์ของคุณเลวร้ายลงยิ่งขึ้น
ที่คุณควรสังเกตก็คือ หากคุณสามารถจับจังหวะการหยดกระทบพื้นของมันได้แล้ว คุณจะสามารถถ่ายภาพในจังหวะเดิมๆ ได้ซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงควรสังเกตและจับจังหวะของมันให้ได้ และที่สำคัญคืออย่าลนลาน สมาธิคือสิ่งที่จำเป็น
ในการจับจังหวะการลั่นชัตเตอร์นั้นขอให้คุณดูที่ต้นทางที่มันหยดลงมา เพราะหากคุณจับตามองที่ปลายทาง (ที่พื้น) คุณจะลั่นชัตเตอร์ไม่ทันเพราะการหน่วงเวลาจากสมองไปหานิ้วและจากปุ่มชัตเตอร์ไปยังระบบม่านชัตเตอร์ ของกล้องแม้มันจะเร็วมากแต่ก็ยังไม่ทันเวลาเสี้ยววินาทีที่เกิดขึ้น การมองต้นทางจะช่วยเผื่อเวลาในเรื่องนี้ได้
ภาพที่เรานำมาให้คุณดูนี้ เกิดจากการลั่นชัตเตอร์นับร้อยครั้ง ดังนั้นอย่าเพิ่งท้อง่ายๆ ล่ะ!
.................................................................................................................................................................................
How to edit with Adobe Photoshop
ปรับความสว่างสดใส

ภาพแนวนี้เรามักจะพบว่ามันมีระดับของแสงไฮไลท์ค่อนข้างต่ำอยู่เป็นประจำการปรับแต่งจะทำให้มันดูดีขึ้นได้
ใช้เครื่องมือ Level (Image > Adjustments > Levels...) แล้วดึงขาปรับตั้งของไฮไลท์ที่เป็นสามเหลี่ยมสีขาวไปทางซ้าย จนกระทั่งภาพของคุณดูสดใสมากขึ้นกว่่าที่เป็นอยู่บางทีคุณอาจต้องขยับอันกลาง (สีเทา) ไป-มาเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงด้วย
.................................................................................................................................................................................
ปรับแต่งสีสันที่เกินมา


แน่นอนว่าสีสันที่ผิดเพี้ยนย่อมจะต้องเกิดขึ้นเสมอ เราสามารถใช้เครื่องมือ Color Balance (Image > Adjustments > Color Balance...) โดยการเลื่อนไปด้านตรงข้ามสีที่เรากำจัดออก ซึ่งยังเลือกปรับส่วนมืดหรือสว่างได้ด้วย
.................................................................................................................................................................................
เปลี่ยนสีกันไปเลย

สีสันที่คุณได้เซ็ทมาตั้งแต่ตอนถ่ายภาพก็ยังเปลี่ยนได้เช่นกัน โดยใช้ Hue/Saturations (Image > Adjustments > Hue/Saturation...) แล้ว ลองลากขาปรับที่แถบ Hue ไปทางซ้ายและขวา ที่เหลือคุณก็แค่ดูว่าสีที่เปลี่ยนไปแบบไหนคือสิ่งที่คุณต้องการกันแน่