นอกจากระบบชัตเตอร์ความเร็วสูงจะเป็นเสน่ห์และ
เอกลักษณ์เฉพาะตัวของกล้อง DSLR แล้ว ในทางกลับกัน
สปีดชัตเตอร์ความเร็วต่ำก็ยังเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของ DSLR
ด้วยเช่นกัน เพราะมันสามารถแสดงอารมณ์ของภาพถ่าย
ได้อย่างหลากหลายตามแต่ช่างภาพจะประยุกต์ใช้งาน
       หนึ่งในการถ่ายภาพโดยใช้สปีดชัตเตอร์ความเร็วต่ำ
ก็คือเทคนิคการถ่ายภาพที่เรียกกันว่า “แพนกล้อง” หรือ
การกวาดหน้ากล้องไปตามการเคลื่อนที่ของวัตถุ ซึ่งเป็น
เทคนิคที่แสดงออกถึงการเคลื่อนที่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งใน
ยุคของฟิล์มนั้นถือว่าเป็นเทคนิคที่ยากและสิ้นเปลือง
       มาถึงยุคดิจิตอล...DSLR ทำให้เทคนิคนี้ง่ายขึ้น จน
ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของแนวภาพนี้ได้โดยใช้เวลาใน
การทำความเข้าใจและฝึกฝนไม่นานนัก
 
         หลักการของเทคนิคนี้คือ การบันทึกแสงที่สะท้อน
มาจากตัวแบบอย่างต่อเนื่องในระหว่างการเปิดรับแสงโดย
ใช้สปีดชัตเตอร์ช้าและแพนกล้องไปตามทิศทางเดียวกับที่
วัตถุเคลื่อนที่ไป
       การเคลื่อนไหวหรือแพนหน้ากล้องให้สัมพันธ์และ
เป็นจังหวะเดียวกันกับวัตถุจะทำให้เส้นสายของวัตถุยังคง
มีความคมชัด ไม่เบลอ เพราะแสงได้รับการบันทึกอย่าง
ต่อเนื่องลงในเซนเซอร์ตำแหน่งเดิม ในขณะที่ส่วนอื่นๆ จะ
ปรากฏความเบลอในลักษณะของเส้นตรงออกมาให้เห็น
   
   
  (ในที่นี้คือฉากหน้าและฉากหลัง) นั่นก็เป็นเพราะแสงที่
กำลังบันทึกลงบนเซนเซอร์ไม่ได้ถูกบันทึกลงในตำแหน่ง
เดิม จึงทำให้มันสูญเสียความคมชัดไปโดยปริยาย แต่ก็
จะทำให้ภาพรู้สึกถึงการเคลื่อนไหว
       หากฉากหลังหรือฉากหน้าในภาพไม่มีความเข้มของ
แสงเงาหรือปรากฏเป็นเส้นสายมากนัก (เช่น ในที่โล่ง)
ก็อาจจะทำให้ไม่ค่อยรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว เพราะ
เส้นสายในลักษณะเบลอๆ จะมีน้อยนั่นเอง ดังนั้นการ
เลือกฉากหลังที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้ตัวแบบ
เลยเช่นกัน
 
 
       เรามักจะคุ้นชินกับภาพเทคนิคนี้ที่มีตัวแบบเป็น
วัตถุที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว เช่น รถยนต์ แต่ความจริงแล้ว
เรายังสามารถใช้เทคนิคนี้กับตัวแบบชนิดอื่นๆ ได้เช่นกัน
โดยจะมีปัจจัยที่สำคัญสำหรับการบันทึกภาพเทคนิคนี้
อยู่ที่ความเร็วของสปีดชัตเตอร์
       ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับค่าสปีดชัตเตอร์ที่ถูกต้อง
สำหรับการแพนกล้อง
เพราะต้องขึ้นอยู่กับความเร็วใน
การเคลื่อนที่ของวัตถุ
       โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะใช้สปีดชัตเตอร์ที่สูงและ
เหมาะในการหยุดความเคลื่อนไหวของวัตถุให้นิ่งสนิทจึง
จะถือเป็นภาพที่ดี แต่ในกรณีนี้เราจะใช้สปีดชัตเตอร์ที่
ช้ากว่าการเคลื่อนที่ของวัตถุลงมาเล็กน้อย แล้วใช้การ
แพนกล้องติดตามไปในทิศทางเดียวกัน
       การเลือกใช้สปีดชัตเตอร์ช้ามากเกินความจำเป็น
ไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ได้ภาพแนวนี้ เพราะหากเปิดหน้ากล้อง
นานเกินไป ก็อาจจะทำให้ภาพทั้งภาพสั่นไหวไปหมด
จากอาการไม่มั่นคงของการจับถือเสียเอง ดังนั้นจึงต้อง
ใช้สปีดชัตเตอร์ที่ไม่ช้าและไม่เร็วจนเกินไปจึงจะได้ผลดี
       แล้วเราจะต้องใช้สปีดชัตเตอร์ขนาดไหนกัน? หาก
ถ่ายภาพในลักษณะนี้บ่อยๆ คุณจะเริ่มคุ้นชินและบอก
ได้ว่าวัตถุที่มีความเร็วประมาณนี้ควรใช้สปีดชัตเตอร์
 
 
  ชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็ม เพราะการถ่ายภาพโดย
ใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำจะใช้พลังงานมากกว่าปกติ

เลนส์มุมกว้างจะช่วยให้ภาพดูน่าตื่นตาตื่นใจมาก
ขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างกล้องและ
ตัวแบบด้วย

อย่าสนใจเฉพาะตัวแบบ ควรใส่ใจฉากหลังให้มาก
เพราะเส้นสายเบลอๆ เหล่านั้นคือตัวขับอารมณ์ในภาพ

       ในมุมกลับกันจากที่เราแพนกล้องโดยตัวเรายืนอยู่
กับที่และวัตถุคือส่วนที่เคลื่อนไหว เราลองถ่ายภาพโดยใช้
เทคนิคนี้ในขณะที่เรากำลังเคลื่อนที่และวัตถุหยุดนิ่งอยู่
กับที่ มันจะทำให้ผลลัพธ์ของภาพดูต่างออกไปโดยเส้น
สายในภาพจะหมุนวนเป็นรัศมีวงรี เช่นเดียวกับในภาพ
ที่เรานำมาให้ดูเป็นตัวอย่างนี้

       สิ่งที่ควรระวังก็คือ ภาพในลักษณะนี้ไม่ควรดูเป็น
เวลานาน เพราะจะทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะได้
 
 
 
 
         เทคนิคการแพนกล้อง เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับกล้องถ่าย
ภาพมาช้านาน ทั้งในวงการของมืออาชีพและมือสมัครเล่น
ซึ่งจะทำให้ภาพถ่ายของเราไม่จำเจอยู่กับวัตถุที่หยุดนิ่ง
อยู่ในภาพ ซึ่งเป็นกฎพื้นฐานในการถ่ายภาพทั่วไป
       หัวใจสำคัญของเทคนิคนี้คือ การฝึกฝนบ่อยๆ ซึ่ง
จะทำให้ทักษะและความชำนาญของเราเพิ่มมากขึ้นตาม
ลำดับ และไม่แน่ว่าเราอาจจะได้ค้นพบเทคนิคใหม่ๆ โดย
ใช้สปีดชัตเตอร์ช้าเพิ่มขึ้นอีกด้วย
       ไม่มีสูตรตายตัวสำหรับเทคนิคนี้ มีเฉพาะความ
แม่นยำและความชำนาญที่เกิดจากการฝึกเท่านั้น!
 
 
 
เริ่มนับและสำรวจตั้งแต่วันที่ 27/11/2008 สถิติทั่วไป (สมาชิกเท่านั้น) มาเยี่ยมเว็บล่าสุด : วันนี้ เวลา 13.44น.
หน้านี้ถูกเปิดมาแล้ว ครั้ง