แบ่งตามลักษณะเลนส์ ก็จะมี
-เลนส์ทางยาวโฟกัสเดียว เป็นเลนส์ที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนทางยาวโฟกัสได้
บางคนเรียก เลนส์ Fix เช่น 50 f/1.4 , 85 f/1.8 , 135 f/2
-เลนส์ซูม เป็นเลนส์ที่สามารถปรับเปลี่ยนทางยาวโฟกัสได้ เช่น 18-55 , 55-250
แบ่งตามการโฟกัส
-เลนส์แมนนวลโฟกัส คือเลนส์ที่ต้องปรับโฟกัสด้วยตัวผู้ถ่ายภาพ
-เลนส์ออโต้โฟกัส เมื่อใส่กับกล้องออโต้โฟกัส จะสามารถหาโฟกัสอัตโนมัติได้
แบ่งตามทางยาวโฟกัส
-เลนส์มาตรฐาน ยอมรับกันว่า ช่วง 50mm คือช่วงเลนส์มาตรฐาน
คือ ให้ภาพเท่ากับที่ตาคนมองเห็น
-เลนส์ไวด์ คือเลนส์มุมกว้าง จะให้ภาพที่กว้างกว่าที่ตาเรามองเห็น
ก็จะเป็นเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัส สั้น กว่า 50 mm
-เลนส์เทเล น่าจะใช้คำว่า เลนส์ขยาย เป็นเลนส์ที่มีกำลังดึงภาพสูง
ภาพจะแคบลงกว่าที่ตาคนมองเห็น ก็คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสสูงกว่า 50mm
(ช่วงเลนส์ เป็นช่วงของกล้อง ฟูลเฟรม นะคับ ถ้า APS-C ช่วงต้องสั้นลงนะคับ)
เลนส์นอร์มอลของกล้อง APS-C จะอยู่ที่ประมาณ 31-33 mm คับ
-เลนส์ไวแสง เป็นเลนส์ที่มีช่องรับแสงกว้าง เช่น 50 f/1.4 , 85 f/1.4 , 135 f/2
24-70 f/2.8 , 17-55 f/2.8 , 70-200 f/2.8 เป็นต้น
บางครั้ง เลนส์ที่มีช่องรับแสง f/4 , f/5.6 ก็ถือว่าเป็นเลนส์ไวแสงถ้าเลนส์นั้นๆ
มีทางยาวโฟกัสที่สูงมากๆ เช่น 600 f/4 , 800 f/5.6
กลุ่มเลนส์ซูม ก็ยังแบ่งเป็น
-เลนส์ที่มีช่องรับแสงคงที่ เช่น 28-70 f/2.8 , 70-200 f/2.8100-300 f/4
-เลนส์ที่มีช่องรับแสงเปลี่ยนไปตามทางยาวโฟกัส เช่น 18-55 f/3.5-5.6 ,70-300 f/4-5.6
คือเวลาซูม ช่องรับแสงจะแคบลง บางคนเรียก เลนส์กินแสง
-เลนส์ นอร์มอลซูม ได้แก่ กลุ่มเลนส์ที่มีช่วงทางยาวโฟกัสครอบคลุมตั้งแต่ช่วงไวด์ไม่มาก
ไปจนถึงช่วงเทเลต้นๆ เช่น 28-70(18-55) , 28-105(18-70) . 28-135(17-85) , 24-135(15-85)
เลนส์ช่วงนี้นับเป็นเลนส์ที่ใช้บ่อยที่สุด และมักจะเป็นเลนส์ตัวแรกที่ต้องมีไว้
-เลนส์เทเลซูม ได้แก่ กลุ่มเลนส์ที่มีช่วงทางยาวโฟกัส สูงๆ เช่น 70-300(55-200) , 100-300(70-200)
เป็นเลนส์ที่ควรจะเป็นตัวที่ 2 ของนักถ่ายภาพทั่วๆ ไป เพื่อใช้ถ่ายภาพระยะไกล ภาพทีเผลอ(แคนดิต)
-เลนส์ไวด์ซูม เป็นเลนส์ที่มีช่วงทางยาวโฟกัส สั้น เช่น 17-35(10-22) 20-35(12-24) น่าจะเป็นเลนส์ตัวที่ 3
ของนักถ่ายภาพทั่วๆ ไป (แต่ถ้าชอบถ่ายภาพธรรมชาติ อาจซื้อก่อนเพื่อนเลย)
ให้ภาพที่กว้างมากกว่าที่ตาเห็น
-เลนส์ครอบจักรวาล มักจะเป็นเลนส์ที่มีช่วงซูมมากๆ ใช้เพียงตัวเดียว ทดแทนเลนส์ 2-3 ตัวได้เลย
เช่น เลนส์ 28-200(18-125) , 28-300(18-200) แต่เลนส์พวกนี้มักมีข้อเสียคือช่องรับแสงที่ค่อนข้างแคบ
ในช่วงซูมปลาย และมักจะมีดิสทอร์ชั่นค่อนข้างมาก
แบ่งตามวัสดุ
-เลนส์เกรดธรรมดา จะออกแบบให้มีราคาไม่สูงมากนัก เพื่อหวังผล
ในเรื่องต้นทุนที่ต่ำ และน้ำหนักที่เบา วัสดุที่ใช้จึงไม่คงทนนัก
แต่ก็แข็งแรงเพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วๆ ไป
-เลนส์เกรดโปร จะออกแบบเพื่อการใช้งานที่สมบุกสมบันของมืออาชีพ
และเนื่องจากไม่มีข้อจำกัดเรื่องราคา วัสดุที่ใช้จึงเต็มที่กว่า แข็งแรงกว่า
เลนส์เกรดธรรมดา และมีน้ำหนักที่มากกว่าด้วย ที่สำคัญคือราคาจะสูง
กว่าเลนส์ธรรมดามาก
แบ่งตามวัสดุที่ใช้ทำชิ้นเลนส์
-เลนส์ที่ไม่มีการใช้ชิ้นแก้วพิเศษ โดยมากจะเป็นเลนส์เกรดธรรมดา
ใช้การออกแบบและจัดวางชิ้นเลนส์เพื่อแก้ไขความคลาดต่างๆ
-เลนส์ที่มีการใช้ชิ้นแก้วพิเศษ เพื่อแก้ความคลาดต่างๆ
ชิ้นแก้วแอสเฟอริคอล (Aspherical , AL) ใช้แก้ความคลาดทรงกลม มักใช้กับเลนส์ไวด์
ชิ้นแก้วที่มีการกระจายแสงต่ำ (Low Dispersion , LD , APO) ใช้แก้ความคลาดสี มักใช้กับเลนส์เทเล
ชิ้นแก้วที่มีดัชนีการหักเหของแสงสูง (XR , DO) ใช้เพื่อทำให้ออกแบบเลนส์ได้เล็กลงในช่วงทางยาวโฟกัสเท่าๆ กัน
แบ่งตามการโฟกัส
-โฟกัสภายนอก เป็นการโฟกัสโดยเคลื่อนชุดเลนส์เข้า-ออก จากโครงสร้างภายนอก
เราจะเห็นเลนส์ ยืด-หด เวลาโฟกัส บางรุ่นหน้าเลนส์จะหมุนด้วย ทำให้ใช้ฟิลเตอร์ PL ไม่สะดวกนัก
-โฟกัสภายใน (internal focus ,IF) จะเป็นการโฟกัสโดยเคลื่อนชุดเลนส์ภายในกระบอกเลนส์
ความยาวเลนส์จะไม่เปลี่ยนแปลง และหน้าเลนส์จะไม่หมุนเวลาโฟกัส แต่ ข้อเสียคือ มักจะมีการ
สูญเสียทางยาวโฟกัสไปบ้าง ไม่มากก็น้อยคับ
เลนส์เพื่อผลพิเศษ
-เลนส์มาโคร มีกำลังดึงและอัตราขยายภาพสูงมาก โฟกัสได้ใกล้มาก
มาโคร 1:1 หมายถึง ภาพที่ปรากฏบน เซนเซอร์รับภาพ จะมีขนาดเท่ากับวัตถุที่ถ่าย
-เลนส์ตาปลา เป็นเลนส์ที่ออกแบบมาให้มีมุมรับภาพเกือบๆ 180 องศา ภาพที่ได้จะบิดโค้งจนเป็นวงกลม
-เลนส์ Tilt&shift จะเป็นเลนส์พิเศษ ที่สามารถปรับแก้ เปอร์สเปคทีฟของภาพได้
-เลนส์รีเฟลค เป็นเลนส์ที่ออกแบบให้มีการสะท้อนแสงในตัวมันเอง เพื่อเพิ่มทางยาวโฟกัสให้สูงมากๆ
โดยที่ตัวเลนส์ไม่ต้องยาวตามทางยาวโฟกัส แต่ข้อเสียคือ เลนส์จะมีช่องรับแสงที่แคบมาก
ยาวจนงงแล้วอ่ะคับ รบกวนท่านอื่นๆ ช่วยเพิ่มเติมละกันคับ
