
หลังจากที่มีข่าวลือกันมานานแล้วเกี่ยวกับกล้องตัวใหม่ของ Nikon ตอนนี้ก็ได้เปิดตัวไปแล้วตามคาดในวันที่ 15 กันยายน มันคือ Nikon D7000 นั่นเอง
หลายคนเองอาจจะสับสนว่าเจ้า D7000 นี้มาแทน D90 หรือเปล่า

เพราะรูปร่างค่อนข้างคล้ายกัน หรือเป็นกล้องต่อยอดมาจาก D5000 แต่ทำไมให้สเปคมาดีกว่า D90 จนเจ้าของ D90 หลายคนเซ็งไปเลย
จริงๆแล้ว D7000 เป็น product line ที่เข้ามาอุดช่องว่างระหว่าง D90 และ D300s ไม่ใช่กล้องรุ่นใหม่ใน prooduct line ของ d90 และ D5000 แต่อย่างใด
เมื่อเข้าใจตามนี้แล้ว ก็ไปดูสเปคกันได้เลยครับ

จุดเด่นของ D7000- เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 16.2 ล้านพิกเซล
- ชิปประมวลผลภาพใหม่ EXPEED 2
- บันทึกวีดิโอแบบ Full-HD 1080p พร้อมช่องเสียบไมโครโฟนภายนอก
- ค่าความไวแสง (ISO) 100 - 6400 ( ขยายช่วงไปถึง H1 และ H2 เทียบเท่า 12,800 / 25,600 ตามลำดับ )
- จุดโฟกัส 39 จุด พร้อมระบบ 3D tracking 9 cross type ตรงกลาง
- เซ็นเซอร์วัดแสง 2010 px
- ระบบ Scene Recognition systen
- ช่องเสียบการ์ด SD แบบสลอทคู่
- จอ LCD ขนาด 3 นิ้ว ความละเอียด 921000 จุด
- ปุ่ม Liveview และบันทึกวีดิโอ ดีไซน์ใหม่
- Liveview และ HD video แบบ auto focus
- ถ่ายภาพต่อเนื่อง สูงถึง 6 เฟรมต่อวินาที
- ปุ่มเลือกโหมดถ่ายภาพล้อคได้ ป้องกันการหมุนเปลี่ยนโดยไม่ได้ตั้งใจ
- มีระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ในตัว
- ม่านชัตเตอร์อายุการใช้งาน 150,000 ครั้ง

[size20pt]ข้อแตกต่างระหว่าง D7000 และ D90[/size]D7000 นั้น ได้ถูกวางโพสิชั่นไว้สูงกว่า D90 ซึ่งคล้ายๆกับการนำ D90 และ D300s มาปั่นรวมกัน จนได้ส่วนผสมที่ลงตัวอยู่ระหว่าง D90 และ D300s ซึ่งเป็น product line อันใหม่ของ Nikon ข้อสังเกตที่เห็นได้ชัดเจนของ product line ตัวใหม่นี้คือ วัสดุที่ใช้ในการทำ Body นั้นเป็น Magnesium alloy ซึ่งปกตินั้นจะพบแค่ในกล้อง top-end APS-C เช่น D300s และกล้อง Fullframe เช่น D3 และ D700 เท่านั้น เท่านั้นยังไม่พอ D7000 ยังสามารถนำเลนส์ที่ไม่มี CPU ในตัวมาใช้กับกล้องได้โดยที่กล้องสามารถตรวจพบเลนส์ได้ด้วยด้วยการใช้ Ai index tab

ขนาดและมิติที่ใกล้เคียงกันกับ D90 แต่น้ำหนักเยอะกว่า บอดี้เป็นแมกนีเซียม-อัลลอย และยังหุ้มกริปด้วยยาง จึงให้ความรู้สึก "จริงจัง" กับการใช้งานมากกว่า
- ความละเอียดเซ็นเซอร์สูงขึ้น 16.2 VS 12.3 MP
- เลือกความละเอียดไฟล์ RAW ได้ 12-bits หรือ 14-bits
- บันทึก HD-video 1080p
- ตัดต่อวีดิโอในตัว
- สามารถออโต้โฟกัสได้ขณะบันทึกวีดิโอ
- มีสวิชต์ liveview ( เหมือน D3100)
- โฟกัสได้รวดเร็ว แม้ใน liveview mode
- ช่องเสียบการ์ด SD แบบสลอทคู่
- ฟังชั่น non cpu-lens DATA เพื่อใช้กับเลนส์รุ่นเก่าที่ไม่มี CPU (เหมือนใน D300s / D3s / D3x)
- บอดี้ แมกนีเซียมอัลลอย พร้อมซีลกันฝุ่นละอองและหยดน้ำ
- ช่วง ISO ที่กว้างขึ้น
- จุดโฟกัสถึง 39 จุด
- โหมดชัตเตอร์เงียบ
- ช่องมองภาพ 100% กำลังขยาย 0.94 เท่า
- แบตเตอรี่แบบใหม่ EN-EL15 ลิเธียม ไอออน
- แบตเตอรี่กริปแบบใหม่ MB-D11 โครงสร้างทำจาก แมกนีเซียมอัลลอย

มองดูจากด้านหลังก็เทียบจะคล้ายกันมากเลยทีเดียวสำหรับ D7000 และ D90
เครื่องเคราข้างในใหม่หมดจรด
เซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 16 พิกเซล ทำให้ D7000 มมีความละเอียดสูงเป็นอันดับสอง รองจาก D3x เท่านั้น

ม่านชัตเตอร์อายุใช้งาน 150,000 ครั้ง

เซ็นเซอร์ออโต้โฟกัสรุ่นใหม่ Multicam 4800DX 39 จุด เป็น cross type 9 จุด

รูปแบบการเรียงตัวของจุดโฟกัส 39 จุด ที่น้อยกว่า D300s อยู่ 12 จุด และมากกว่า D90 28 จุด

ปริซึม 5 เหลี่ยมทรงหลังคา ที่ทำให้มองเห็นภาพ 100 %

สามารถปรับตั้งค่าต่างๆของวีดิโอที่จะบันทึกได้ยืดหยุ่นกว่า D90 และ D300s

ระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ใน liveview mode ซึ่งสามารถมองเห็นได้ในช่องมองภาพได้ตามต้องการ เพียงแต่เซ็ตปุ่ม Fn ให้เปิดใช้งานระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์

ระบบการตั้งค่า WB สามารถทำได้ละเอียดมากขึ้น ซึ่งเมื่อเลือก Auto2 กล้องจะรักษาสภาพแสงให้อยู่ในโทนอบอุ่น

แบตเตอรี่กริปรุ่นใหม่ที่ทำจาก แมกนีเซียมอัลลอย รหัส MB-D11 ซีลกันผุ่นและละอองน้ำเช่นกัน

แบตเตอรี่ใหม่

ที่ชาร์ทใหม่เช่นกัน MH-25
บอดี้และดีไซน์
มิติและขนาดของบอดี้นั้นใกล้เคียงกับ D90 มาก แต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนหยิบจับ D300s ด้วยบอดี้แมกนีเซียมอัลลอย และการหุ้มกริปด้วยยาง ทำให้การหยิบจับทำได้กระชับมากขึ้น ฝาปิดช่องเสียบเมมโมรี่นั้นยาว จากบนถึงล่างจนอาจจะนึกว่าใช้ CF card แต่จริงๆแล้ว เป็น SD card แบบสลอทคู่ ปุ่ม playback และปุ่มลบภาพนั้น ถูกจัดวางไว้คู่กัน เหมือนกับ D300s จุดมาร์คสีขาวสำหรับประกอบเลนส์เข้ากับกล้องได้ดีไซน์ใหม่ให้เห็นได้ชัดเจน เคลมไว้ว่าทำให้ถอดเปลี่ยนเลนส์ในที่แสงน้อยๆทำได้ง่ายกว่าเดิม
ช่องมองภาพ 100% Viewfinder

ด้วยช่องมองภาพที่มองเห็นภาพ 100 % จึงทำให้การจัดวางองค์ประกอบ ทำได้แม่นยำมากขึ้น ไม่ต้องกังวลเรื่องสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาเป็นเสี้ยนภาพ เพราะมองไม่เห็นเช่นเดิม D7000 มีช่องมองภาพที่เทียบเท่ากล้อง Semi-pro เลยทีเดียว

มองเห็น 100% ไม่ต้องเผื่อระยะใดๆให้กับสิ่งแปลกปลอม
ส่วนประกอบต่างๆของบอดี้
ปุ่มเปิดใช้แฟลช Pop-up ถัดลงไปเป็นปุ่มถ่ายภาพคร่อมซซึ่งสามารถใช้กดร่วมกับหมุนวงแหวนเพื่อปรับค่าของการถ่ายภาพคร่อมได้ วงกลมสีดำด้านขวาคือที่รับสัญญาณรีโมทชัตเตอร์ ML-L3

ปุ่มปรับเลือกระบบโฟกัสไม่เหมือนกับ D300s และตระกูล Fullframe ทั้งหลาย ที่มีตำแหน่ง C (countinous AF) มาด้วย แต่สามารถเซ็ตให้ใช้ countinous AF ได้โดยการ กด วงกลม ตรงกลางปุ่มเลือกระบบ AF พร้อมกับ หมุนปุ่มวงแหวนด้านหลังกล้อง

ปุ่ม Fn ที่สามารถตั้งค่าให้ใช้งานอะไรก็ตามที่เราต้องการ เช่น ระดับน้ำอิเล็กทรอนิกส์ กริดไลน์ในวิวไฟเดอร์ เป็นต้น

ติ่งพลาสติกดำๆที่เห็นนั่นคือ Ai index tab ที่ทำให้สามารถควบคุมรูรับแสงของ เลนส์แบบ Ai ได้ ซึ่งสามารถป้อนข้อมูลของเลนส์ได้ 9 ตัว

เดือยสำหรับใช้กับเลนส์ที่ไม่มีมอเตอร์ออโต้โฟกัส เช่น AF AF-D

ปุ่มปรับ Diopter อยู่ด้านขวาบนของช่องมองภาพ ที่มียางรองแบบถอดได้

ภายใน มองเห็นกระจกสะท้อนภาพ และขั้วไฟฟ้าสำหรับเชื่อมต่อสัญญาณไฟฟ้าระหว่างกล้องและเลนส์

ช่องเสียบการ์ด SD แบบสลอทคู่ ที่รองรับ SD/SDHC/SDXC ซึ่งสามารถเลือกให้การ์ดใบที่สองทำการแบคอับการ์ดใบที่ 1 หรือให้เลือกบันทึกเฉพาะไฟล์วีดิโอหรือไฟล์ RAW อย่างเดียวก็ได้

ช่องเชื่อมต่อด้านซ้าย ได้แก่ ช่อง USB AV out HDMI ช่อเสียบไมค์ สายลั่นชัตเตอร์และ GPS
คงหมดแค่ SPEC และ ส่วนประกอบต่างๆเท่านั้นนะครับ ส่วนการทดลองใช้งาน การเทียบไฟล์ต่างๆนั้น ผมคิดว่ามันน่าเบื่อไปหน่อย เลยไม่ทำต่อ ใครต้องการอ่านต่อก็ไปต่อที่ dpreview ได้เลยครับ
แปลและเรียบเรียงโดย BankCR ห้ามทำการคัดลอกโดยไม่ขออนุญาติเด็ดขาด
