
พอดีไปเจอบทความดี ที่พูดถึงการถ่ายภาพที่ต้องมี
"6 ส." เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายของคุณ
ธีรภาพ โลหิตกุลโดยได้เรียบเรียงใหม่โดย
lovelysann ( lovelysann.multiply.com/journal/item/65/65 )

ภาพจาก :
http://www.happyreading.in.th/article/detail.php?id=532 คุณธีรภาพ โลหิตกุล เริ่มทำงานเป็นนักข่าวหนังสือพิมพ์หญิงยุคใหม่ต่อมาย้ายมาประจำกอง บ.ก. นิตยสารไฮคลาส, อนุสาร อสท.
และเคยเขียนบทสารคดีโทรทัศน์ในรายการโลกสลับสี สร้างผลงานสารคดีชุดแม่น้ำเจ้าพระยา, นครวัด นครธม ฯลฯ
ต่อมาในปี 2537 ลาออกมาเป็นนักเขียนอิสระ มีผลงานรวมเล่มมากมาย อาทิ สายน้ำและความทรงจำ, คนโยนฟืน, คือคนดลใจ เป็นต้น
คุณธีรภาพ เล่าว่าตัวของท่านนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า ท่านเป็นนักเขียน มากกว่าเป็นช่างภาพ ท่านถ่ายภาพเพียงเพื่อนำมาประกอบงานเขียนสารคดี
แต่ท่านสังเกตว่าระยะหลังๆ หลายๆ หน่วยงานเชิญท่านไปถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับการถ่ายภาพมากขึ้น
ท่านจึงกลับมาทบทวนนิยามของคำว่า
"ภาพสวย" ในทัศนะของท่าน และได้มีแนวทาง หรือกฏเกณฑ์ในการถ่ายภาพของท่านเอง
ออกมาเป็น
6 ส. และท่านยังบอกว่า
ใน 1 ภาพ ควรมีอย่างน้อย 3 ใน 6 ส. ดังนี้| 1. แสงเงา | เป็นสิ่งจำเป็นต้นๆ ในการถ่ายภาพ แสงเงา ทำให้ภาพมีมิติ มีสีสัน ซึ่งแสงเงาในแต่ละช่วงเวลาของวัน ให้อารมณ์ที่แตกต่างกัน คนถ่ายภาพ ต้องสังเกตและจับกฏเกณฑ์เอาเองว่าจะถ่ายอะไร ในแสงเงาแบบไหน ภาพจึงจะสวย หรือได้อารมณ์อย่างต้องการ
|
| 2. เส้นสาย | เช่น สะพานไม้ที่ทอดยาว เสาของอาคาร ยอดเจดีย์ที่เรียงราย ต้นไม้ที่แผ่กิ่งก้าน กรอบประตูปราสาท รั้วไม้ เส้นขอบฟ้า ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เกื้อหนุนให้ภาพมีมิติ มีเส้นนำสายตา มีเรื่องราวที่ดีเสมอ
|
| 3. สีสัน | สีของท้องฟ้ายามเช้า ยามเย็น สีใบไม้ สีเสื้อผ้า สีของอาคาร สถาปัตยกรรม สีป้ายโฆษณา สีของเมือง สีของป่า สีของวัตถุ สีรถ สีเรือ สีสันงานประเพณี ฯลฯ สีสันของสิ่งเหล่านี้ มีบทบาทในการกำหนดความงาม ความมีพลัง และอารมณ์ของภาพ
|
| 4. สัดส่วน | หมายถึง องค์ประกอบภาพ ที่นิยมเรียกกันว่า composition ถือว่ามีความสำคัญที่สุดในการถ่ายภาพ เพราะถึงแม้จะมี 3 ส. แรกพร้อมสรรพ แต่จัดสัดส่วนภาพไม่ดี ก็ไม่มีประโยชน์ ในทางกลับกัน ภาพบางภาพอาจมีจุดเด่นเพียง ส. เดียว คือ แสงเงา แต่จัดวางองค์ประกอบภาพ หรือจัดสัดส่วนภาพได้ดี ก็อาจจะได้ภาพที่สวยได้
ท่านยังบอกอีกว่า ตามทฤษฎีการถ่ายภาพแล้ว ครูอาจารย์มักให้ฝึกจัดสัดส่วนภาพ โดยแบ่งภาพออกเป็น 3 ช่อง ในแนวตั้ง และ 3 ช่อง ในแนวนอน เวลาจะถ่ายอะไรก็ไม่ควรให้พื้นที่ท้องฟ้ากับน้ำ หรือท้องฟ้ากับพื้นดิน แบ่งกันตรงกลางพอดีแบบ 50:50 แต่ควรจะเป็นท้องฟ้า 2 ส่วน พื้นดิน 1 ส่วน หรือในทางกลับกัน เป็น 1 ต่อ 2 ก็ได้ รวมถึงการวางจุดเด่นของภาพ เช่น เจดีย์ คน เรือ บ้าน ฯลฯ ก็ไม่ควรวางอยู่ตรงกลางภาพพอดีเป๊ะ แต่ท่นก็แนะนำว่า ในบางกรณีมีข้อยกเว้นได้ตามความเหมาะสม
|
| 5. Story | หรือเรียกภาษาไทยว่า "เรื่องราวของภาพ" ท่านบอกว่า ส. นี้มีไว้เพื่อให้ตระหนักว่า ภาพหนึ่งภาพ ควรมีเนื้อหาหรือเรื่องราวในตัวของภาพ ไม่ใช่ถ่ายเพียงเพราะมีสีสัน แสงเงา เส้นสาย สัดส่วน ดีหมด แต่บอกไม่ได้ว่าจะถ่ายไปเพื่ออะไร เพราะภาพที่ถ่ายนั้นบอกเล่าอะไรไม่ได้เลย ส. นี้แหละเป็นที่มาของประโยคอมตะของโลกที่ว่า "ภาพ (ที่มีเรื่องราวดี) หนึ่งภาพ อาจแทนคำได้นับพัน"
|
| 6. สำนึก | คือ ความรู้สึก ท่านบอกว่าเวลาถ่ายภาพ ท่านจะใส่ความรู้สึกนึกคิดเข้าไปในภาพด้วย เช่น ท่านชอบถ่ายลำแสงสุดท้ายของดวงตะวันที่แหวกช่องเมฆส่องเป็นประกายบนท้องฟ้ายามเย็น เพราะให้ความรู้สึกเหมือนเป็นประกายแห่งความหวังในชีวิตที่ฉายฉาน ทำให้เราเชื่อมั่นว่าพรุ่งนี้จะต้องดีขึ้น หากไม่ท้อแท้ถดถอยแสียก่อน ท่านบอกว่า ภาพที่ถ่ายโดยมี ส. นี้มักได้ภาพที่มีพลังเสมอ
|
นอกจาก 6 ส. ดังกล่าวแล้ว ท่านยังแนะนำจากประสบการณ์ของท่านเองว่า มีปัจจัยที่สำคัญอีก 2 ประการ คือ
- การหมั่นดูภาพผลงานของครูบาอาจารย์หรือมืออาชีพ แล้วตั้งข้อสังเกตกับตัวเอง ว่าภาพนี้สวยตรงไหน เราชอบเพราะอะไร
- อีกประการ คือ การฟังคำวิจารณ์ ติชมจากคนรอบข้าง
และท่านปิดท้ายด้วยประโยคที่น่าสนใจว่า "เหมือนสามัญมนุษย์ที่ไม่มีใครฉลาดปราดเปรื่องด้วยตัวเอง โดยไม่ใส่ใจศึกษาบทเรียนของครูอาจารย์ และประสบการณ์ผู้อื่น"
คิดว่าบทความนี้คงมีประโยชน์กับพี่ๆ สมาชิกไม่น้อยที่เดียว เลยหยิบมาฝากให้ได้อ่านกันครับ